วีรยา จาง: ไอดอลสาวแห่ง BNK48 ที่เชื่อว่าความเข้าใจเรื่องโลกของเกมเกิดขึ้นได้ด้วยการสื่อสาร

The Guest
24 Aug 2020
เรื่องโดย:

ชยพล ทองสวัสดิ์

หากใครติดตามแวดวงไอดอลบ้านเราก็คงคุ้นหน้า ‘วี’ – วีรยา จาง หนึ่งในเมมเบอร์แห่ง BNK48 รุ่นที่ 2 เป็นอย่างดี ด้วยบุคลิกเท่ๆ ที่มาพร้อมความสามารถมากมายทั้งการร้อง เต้น เล่นดนตรี รวมไปถึงงานอดิเรกอย่างการเล่นเกมที่ดูจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนให้ความสนใจและติดตามสาวน้อยวัย 19 ปี คนนี้ รวมถึงบทบาทล่าสุดอย่างการเป็นนักแสดง ทั้งซีรีส์ ‘One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ’ และภาพยนตร์ที่กำลังจะลงโรงฉายช่วงเดือรกันยายนนี้ อย่าง ‘Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่’

        ว่ากันตามจริง โลกของไอดอลและโลกแห่งเกม ถือเป็นสองอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมากในประเทศไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะโลกของเกมที่ในยุคหนึ่งดูเหมือนจะเป็น ‘ผู้ร้าย’ ในสายตาของผู้ใหญ่ที่มักโยนความผิดให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับเด็กหรือวัยรุ่น แต่เมื่อสังคมเริ่มเปิดกว้างขึ้น เราจึงได้เห็นการเริ่มผลักดันให้เกมกลายเป็นมากกว่างานอดิเรก แต่เป็นกีฬาอย่างอีสปอร์ต และเป็นอาชีพสร้างรายได้ ทั้งนักแคสต์เกม และนักสตรีมเมอร์ ที่วัยรุ่นหลายคนให้ความสนใจ

        เช่นเดียวกับวีที่มองว่าโลกของเกมอาชีพเป็นสิ่งสะท้อนการเปิดกว้างของสังคม และทำให้วัยรุ่นได้มีตัวเลือกในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ความเหมาะสม และการหาวิธีที่จะทำให้มุมมองเกี่ยวกับเกมของคนสองรุ่น ทั้งในครอบครัว และในสังคม ให้สามารถเชื่อมโยงกันด้วยความเข้าใจได้จึงเป็นสิ่งจำเป็น

        “สิ่งสำคัญในครอบครัวคือการสื่อสาร การที่ไม่พูดอะไรเลยก็จะไม่มีใครเข้าใจอะไรเลย”

 

ความผูกพันระหว่างคุณกับเกมเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่

        ตั้งแต่เด็กเลย เราคิดว่าเด็กทุกคนน่าจะเคยเล่นเกมมาก่อน สมัยก่อนเราเห็นพี่ชายเล่นเกมในทีวี เราก็เคยเล่นบาร์บี้ในทีวี อารมณ์เหมือนซื้อหนังแผ่นมาแล้วจะมีออปชันเกมให้เล่น พอโตมาหน่อยก็เริ่มเห็นพี่ชายเล่นเกมยิงปืน เราก็เล่นตาม แต่ถ้าโหมดจริงจังก็น่าจะประมาณ ม.3 เพราะเป็นช่วงที่ได้ดูแคสต์เกม ก็เริ่มสนใจทางนี้ พอ ม.4 ก็ได้ลองเล่นจริงๆ ก็เลยติด ช่วงนั้นคิดว่าไม่น่าแค่เป็นการผ่อนคลาย คิดว่าเป็นสิ่งที่ทำเป็นชีวิตประจำวันเลยดีกว่า (หัวเราะ) แต่พอได้เข้าวงมาก็เริ่มต้องเพลาๆ ลง

ที่บอกว่าเริ่มมาจริงจังตอนขึ้น ม.ปลาย คุณเห็นอะไรจากการแคสต์เกมที่รู้สึกว่ามันน่าสนุก

        เราเห็นนักแคสต์เกมเล่นกันดูน่าสนุกดี เขาเป็นสายฮาด้วย พอรู้ว่าพี่ชายเล่นก็อยากเล่นบ้าง เพราะปกติเราก็ดูอย่างเดียว แต่ไม่มีโอกาสได้เล่น พอ ม.4 ย้ายไปอยู่ชลบุรีก็ได้เล่น เพราะตอนอยู่โคราชไม่มีเน็ต บ้านเราอยู่ไกล คือถ้าจะเอาเน็ตเข้าบ้านต้องเสียเงินลากสาย แต่พ่อไม่ให้ (หัวเราะ)

ตอนที่เป็นโหมดจริงจังคือเล่นเกมหนักขนาดไหน

        ช่วงนั้นเป็นช่วงเรียน ม.ปลาย ตื่นมาไปเรียน เลิกเรียนบ่ายสาม กลับมาก็นั่งเล่นเกม ช่วงนั้นจะกลับบ้านเร็ว ไม่ไปไหนเลย เลิกเรียนปุ๊บกลับบ้าน ใครชวนไปไหนไม่ไป (หัวเราะ) เราเล่นประมาณสี่โมงถึงหกโมงครึ่ง พอพี่ชายกลับมาจากทำงานเขาก็เล่นต่อ คือมีคอมเครื่องเดียว พี่ชายจะเลิกประมาณตีหนึ่ง ตีสอง เราก็ลงมาเล่นต่อถึงเช้า แล้วก็ไปเรียน คือเมื่อก่อนจะเป็นแก๊งผู้ชายที่ติดเกม ผู้หญิงยังไม่ค่อยมี เราเลยเข้าใจว่าติดเกมเป็นแบบนี้เอง

ไม่ได้นอนเลยเหรอ

        อยากเล่นอะ (หัวเราะ) เราติดมาก ไม่มีเพื่อนด้วยนะ เรากดไปเล่นกับคนจีน เลยหาข้ออ้างว่าได้ฝึกภาษาด้วย ช่วงนั้นเราเรียนภาษาจีนอยู่ แต่ถือว่าเอาไปใช้ได้จริงๆ นะ เราก็คุยกับเขารู้เรื่อง ความรู้สึกแบบ โอ้ ดีใจ เล่นเกมแล้วได้ภาษาด้วย จะได้มีอะไรที่สามารถพูดกับแม่ได้ แต่ที่บ้านเขาก็ว่าแหละ เขาอยากให้นอน เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ แล้วเราก็ไม่ทำการบ้านอีก จนพี่ชายบอกว่าถ้าไม่หยุดทำแบบนี้เขาจะตั้งรหัสไว้ จะไม่ให้เล่นแล้ว เราก็เลยต้องยอม

หลังจากเข้าวง BNK48 ระยะเวลาในการเล่นเป็นอย่างไร

        เราเล่นน้อยลง เพราะช่วงแรกก็จะเรียนและซ้อมเต้น เราต้องตื่นประมาณตีห้า เพราะหออยู่ไกลจากโรงเรียนที่มาเข้าที่นี่ เรียนถึงบ่ายสาม ซ้อมเต้นประมาณห้าหกโมงถึงสี่ทุ่ม กว่าจะเคลียร์อะไรเสร็จถึงหอก็เที่ยงคืน ช่วงนั้นไม่ได้เล่นเลย เพราะว่าเราได้นอนแค่สี่ห้าชั่วโมงเอง อย่างตอนเรียนอยู่ ม.4 มันไม่ได้มีซ้อมเต้น มันไม่ได้เหนื่อย แต่พอมีซ้อมเต้นและเหนื่อยมันก็ไม่ไหวแล้ว อ๋อ เราไม่มีคอมด้วย ช่วงแรกเราไม่มีคอม ไม่มีโน้ตบุ๊กให้เล่น ก็ห่างๆ ไปช่วงหนึ่ง จนมาวันหนึ่งพี่ชายก็ซื้อโน้ตบุ๊กเป็นของขวัญวันเกิดให้ เข้าทางเลย (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้เล่นหนักเหมือนเดิม เพราะว่ามีความรับผิดชอบอื่นให้ทำ

 

Wee BNK48

ช่วงอายุตอน ม.ปลาย ที่เข้าวงน่าจะเป็นช่วงเวลาของวัยรุ่นกับการเล่นสนุก ได้เล่นเกมเต็มที่ คุณรู้สึกเสียดายไหม

        เรารู้สึกว่าการมาเป็น BNK48 ทำให้เราไม่ได้ทำหลายอย่างที่วัยรุ่นคนอื่นได้ทำ แต่มันต้องยอมแลก ซึ่งสิ่งที่ได้จากตรงนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแย่ ถ้าเทียบกับการที่ต้องสูญเสียการเล่นเกม การใช้ชีวิตวัยรุ่น การเป็น BNK ก็ได้ประโยชน์ เหมือนเราได้ลองใช้ชีวิตในการทำงานเร็วกว่าเพื่อน ซึ่งเรายอมแลกนะ เกมเล่นเมื่อไหร่ก็ได้

ตอนนี้แบ่งการทำงานกับเล่นเกมอย่างไร

        ช่วงนี้เราซ้อมหนัก ไม่ค่อยได้เล่นเกม แต่ถ้าให้แบ่งการเล่นจริงๆ ก็จะเป็นช่วงกลับมาจากทำงานแล้ววันนั้นไม่มีซ้อมเต้นต่อ ก็จะเล่นประมาณสี่ทุ่มห้าทุ่ม หรือดึกหน่อยถึงตีสองตีสามประมาณนี้

พอห่างจากการเล่นเกมมากๆ ความสนุกของการเล่นเกม หรือโลกของการเล่นเกมมันต่างไปจากเดิมบ้างไหม

        ต่างนะ อย่างเมื่อก่อน ทุกอย่างเราจะไม่ทำเลย จะเล่นเกม แต่ทุกวันนี้คือมีสิ่งต้องทำ ต้องรับผิดชอบ ถ้าไปเล่นเกมแล้วงานยังไม่ได้ส่ง เดี๋ยวพี่มาตามแล้ว ถ้าเขาได้ยินเสียงเล่นเกมในห้อง มันก็ไม่ดี เราต้องแบ่งให้ได้ว่าอะไรสำคัญกว่าก็ต้องทำก่อน แล้วด้วยความที่อยู่หอรวม มันมีอย่างอื่นที่น่าสนุกกว่าเล่นเกม เราอยากไปสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนให้แน่นแฟ้น ไม่อยากไปอยู่หน้าคอมคนเดียว

ปกติชอบคุณเล่นเกมแนวไหน

        ถ้าเป็นแนวก็ไม่ทุกเกม สมมติชอบเล่นแนวนี้ เราก็ไม่ได้ชอบเล่นทุกเกมของแนวนี้ เพราะบางเกมก็ไม่ได้ดึงดูดเรา แต่เราจะชอบเล่นแบบเจาะจงไปเลย เช่น เกมยิงปืน เพราะว่าเล่นกับพี่ชาย เราชอบเล่นเกมผีเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ผีแบบไปคนเดียว ต้องผีแบบมีเพื่อน อย่างตอนเราถ่ายซีรีส์ One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ เขาให้เรานั่งเล่นเกมนี้ในฉาก แล้วต้องเล่นจริง เราก็เดินวนๆ ไม่ออกไปไหน พอเดินไปรู้แล้วว่าผีจะโผล่ตรงนี้ ก็จะเดินวนกลับไปมาๆ (หัวเราะ) 

เวลามีคนดราม่าเด็กมีปัญหาและโทษเกม โดยเฉพาะเกมที่ผู้ใหญ่มองว่ารุนแรง คุณมองประเด็นนี้ยังไง

        คิดว่ามีส่วนนะ แต่เราคิดว่าเขาต้องแยกแยะว่านี่คือชีวิตในเกมกับชีวิตจริง การเข้าไปเล่นเกมมันคืออีกคน เหมือนเราเครียด เราก็อยากโยนตัวเองเข้าไปในอีกที่ที่หนึ่งที่เราทำอะไรก็ได้ แต่เราต้องแยกแยะว่ามันไม่สามารถทำในชีวิตจริงได้ แต่บางทีการไปเล่นร้านเกมก็ไม่ได้มีพ่อแม่ใช่ไหม ดังนั้น เราคิดว่ามันเกี่ยวกับการสื่อสารในครอบครัวด้วย เราควรคุยกับคนรอบข้างเยอะๆ และบางทีผู้ปกครองก็ต้องมาคุยเรื่องความเหมาะสมด้วย

 

Wee BNK48

ทุกวันนี้อุตสาหกรรมสตรีมมิงได้รับความนิยมมาก และคุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากทำอาชีพนี้ด้วยใช่ไหม

        ใช่ๆ อาจเป็นเพราะเราดูมาเยอะ เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบ ทั้งการเล่นเกม ทั้งการเอนเตอร์เทนคน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ เราคิดว่ามันสามารถรวมกันได้ เราคิดว่าในอนาคตถ้ามีโอกาสก็อยากจะสตรีมเกม แต่คิดว่าตัวเองพูดไม่เก่ง เล่นเกมก็ไม่เก่ง (หัวเราะ) ก็ต้องลองดู

ถ้าคุณเป็นนักสตรีม คิดว่าจุดเด่นที่คนจะมาตามคืออะไร

        ความโวยวายกับความเด๋อ (หัวเราะ) ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่กลัวว่าบางทีความเด๋อมันดูน่าหงุดหงิด นึกออกไหม อารมณ์แบบไม่กล้า กลัวนู่นกลัวนี่ เพราะเวลาเล่นเกมมันควรต้องเป็นสายบวกประมาณหนึ่ง 

มองอุตสาหกรรมเกมในภาพรวมของไทยที่กำลังเติบโตอย่างไรบ้าง

        เราคิดว่าเป็นเรื่องดี เหมือนคนเริ่มให้ความสนใจกับทางอีสปอร์ตที่สนับสนุนให้เป็นกีฬา ตอนแรกส่วนใหญ่คนจะมองว่าเล่นเกมไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ แต่ตอนนี้กลับกลายสามารถเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักได้ ความจริงเด็กไทยเล่นเกมเก่งเยอะ ถ้ามีการสนับสนุนเราว่าสามารถทำให้เป็นอาชีพในประเทศไทยได้ เราก็รู้สึกดีที่คนเริ่มสนับสนุนมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนคนจะต่อต้านมากกว่า

ทั้งแวดวงไอดอลและแวดวงเกมเป็นสองสิ่งที่บูมขึ้นมาในประเทศไทย คุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร

        อย่างแรกคือคนเริ่มเปิดใจ สังคมเปิดกว้างมากขึ้น ในการให้ความสนใจสิ่งใดก็ตาม อีกอย่างคือไอดอลเหมือนเป็นกำลังใจ และเป็นแรงบันดาลใจ เราคิดว่าว่าคนสมัยนี้เริ่มมีความกดดันในตัวเองสูง เริ่มเป็นภาวะซึมเศร้า เป็นอะไรเยอะ เขาก็อยากได้กำลังใจหรือว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้เขาผลักตัวเองขึ้นมาได้ พอเขามาเจอกับวงไอดอลวงนี้ เจอคนนี้ แล้วอาจทำให้ชีวิตเขารู้สึกดีขึ้น ไอดอลเป็นพลังบวกให้กับคนคนหนึ่งได้ ที่สำคัญคือการเป็นไอดอลไม่ได้เป็นการบังคับคนมาเป็น คือบางคนอยากมาเป็นเพราะชอบในการร้อง การเต้น การให้กำลังใจคน อย่างในวงก็จะมีพี่ๆ เมมเบอร์บางคนที่เขาอยากเข้ามาเพราะอยากเป็นตัวอย่างให้สังคม อยากเป็นตัวแทนสังคม อยากให้กำลังใจคน

สมัยก่อนเราจะไม่เห็นคนมาทำอาชีพสตรีมมิงแน่ๆ การที่คนในวัยคุณมีทางเลือกเยอะถือเป็นข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน

        เป็นข้อดีมากๆ ทำให้วัยรุ่นสามารถลองอะไรหลายๆ อย่างได้ จะได้รู้ว่าเราชอบอะไร อย่างเมื่อก่อนอาจจะมีทางเลือกไม่มาก เราอาจจะยังไม่ใช่ แต่ตอนนี้มีหลากหลายสาขาเต็มไปหมด เราสามารถลองได้ สังคมสมัยนี้เปิดกว้างกว่าสมัยก่อนด้วย

สมมติมีคนอ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วอยากเป็นนักแคสต์เกม เราจะมีวิธีสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างไรดี

        เราว่าบอกไปตรงๆ ดีที่สุด ถ้าเขาไม่โอเค หรือไม่อยากให้เราเป็น ก็ถามสาเหตุ เหมือนเราก็ต้องมานั่งแยกประเด็นกันว่าอยากเป็นเพราะอะไร มันมีอย่างนั้นอย่างนี้ แม่คิดเห็นว่าอย่างไร แล้วถ้าเขาไม่ให้จริงๆ ก็คิดว่าการกระทำจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง คือทำให้แม่เห็นว่ามันได้อะไรบ้าง มันดีอย่างไร ส่งผลเสียหรือเปล่า สิ่งสำคัญในครอบครัวคือสื่อสาร การที่ไม่พูดอะไรเลยก็จะไม่มีใครเข้าใจอะไรเลย

 

ความชอบเรื่องเกมของคุณทำให้คุณได้มีโอกาสเล่นหนังเรื่องแรกอย่าง Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่ ด้วย เล่าประสบการณ์ในบทบาทนักแสดงให้ฟังหน่อย

        ตอนแรกมีทางผู้ใหญ่บอกว่าจะให้ไปแคสต์หนังเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่าเรื่องอะไร พอให้บทมาแล้วเราดูก็เห็นว่าเกี่ยวกับเกม เราดีใจมาก คือถ้าเลือกได้ หนังเรื่องแรกเราอยากแสดงหนังที่ใกล้ตัว พอไปแคสต์บทตอนแรกกลัวว่าจะไม่ผ่านเหมือนกัน แต่พอผ่านก็ใจฟู (หัวเราะ) พอมาเล่นก็ได้เจอคนในวงการเยอะแยะมากมาย เจอโลกใหม่ ได้เจอดารานักแสดงเก่งๆ เจอศิลปิน และอีกหลายท่าน ช่วงแรกก็ต้องปรับตัว อาจจะมีเกร็งๆ อยู่บ้าง แต่พอไปทำมาก็รู้สึกชอบ 

ความที่เป็นบทใกล้ตัวมากๆ แล้วความท้าทายคืออะไร

        ความแตกต่างคือ ตัวละครของเราที่ชื่อ ‘มะปราง’ จะเป็นตัวแทนเกมเมอร์ผู้หญิงที่มีความใฝ่ฝันอยากไปแข่งระดับประเทศ ระดับโลก เขาเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง ซึ่งเราเองเป็นคนที่ไม่ได้เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำขนาดมะปราง มะปรางเป็นคนที่พูดอะไรไปทุกคนก็จะซัพพอร์ต ซึ่งไม่ใช่บุคลิกเราเลย (หัวเราะ) ต้องทำการบ้านเยอะพอสมควร

การฝึกซ้อมในการเล่นหนังกับฝึกซ้อมเป็นไอดอลเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้างไหม

        ต่างอยู่นะ แต่ก็มีความคล้ายคลึง การฝึกซ้อมเป็นไอดอลคือการไปขึ้นสเตจ เราต้องฝึกว่าเพลงนี้มีเนื้อหาอย่างไร เราจะสื่ออย่างไรให้คนที่มาดูเรา หรือแฟนคลับเราเข้าถึง ว่าเพลงเป็นแบบนี้นะ แต่ในกองถ่ายเราต้องศึกษาว่าตัวละครต้องการจะสื่ออะไร ให้คนที่ไม่ได้เห็นเราตัวจริงแต่เห็นผ่านจอ เข้าใจว่า อ๋อ ตัวละครต้องการที่จะพูดแบบนี้ ความรู้สึกเป็นแบบนี้ มันยากคนละแบบ เพราะตอนถ่ายทำไม่ได้มีคนดูเรา แต่คนจะได้เห็นเราผ่านจอตอนหนังฉาย

มีคาแรกเตอร์ไหนที่อยากเล่นเป็นพิเศษไหม

        อยากเป็นสายลับ อยากเป็นนักแอ็กชันแบบลุยๆ เราอยากแอ็กชันแบบไม่ใช่แสตนด์อินเลยด้วยซ้ำ คือเราเป็นคนบ้าพลัง เราอยากเรียนมวย อยากฟิตเนส เราชอบ รู้สึกว่ามันเท่ แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนพลังเยอะนะ (หัวเราะ) คิดว่าน่าจะเหนื่อยมากๆ

อยากให้ลองชวนว่าทำไมคนต้องมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้

        Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่ เป็นภาพยนตร์แนวแอ็กชันคอเมดี้เกี่ยวกับโลกอีสปอร์ต เล่าเรื่องแก๊งวัยรุ่นที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักแข่งเกม แต่ว่าในเรื่องจะมีแม่ที่จับได้ว่าลูกไปแข่งเกม แม่เลยอยากฟอร์มทีมอีสปอร์ตขึ้นมาเพื่อไปโค่นทีมลูกให้ได้ ในทีมแม่ก็จะมีหลายคาแรกเตอร์ที่เป็นตัวแทนนักแข่งเกมตั้งแต่รุ่นแม่จนถึงเด็ก แต่ละคนก็จะมีความใฝ่ฝันของตัวเอง อย่างตัวมะปรางก็อยากเป็นนักแข่งเกมระดับโลก อยากให้ทุกคนติดตาม อยากให้มาลุ้นจะเป็นเกมเมอร์หรือเกมแม่ที่ชนะได้ หนังก็จะมีเรื่องครอบครัว เรื่องความฝันด้วย น่าดูออก (หัวเราะ)

 

Wee BNK48

เด็กวัย 19 ปี ที่ทั้งเรียนทั้งทำงานไปด้วยแบบคุณมองอนาคตอย่างไร

        เราคิดว่าอายุ 19 เป็นวัยที่กำลังเริ่มที่จะเข้าใจโลก เป็นวัยที่สามารถลองอะไรได้อีกหลายอย่าง เราอยากให้เด็กอายุ 19 เต็มที่กับทุกเรื่อง อย่าเพิ่งเหนื่อย เหนื่อยได้แหละ แต่อะไรอีกหลายๆ อย่างกำลังรออยู่ข้างหน้า ซึ่งเป็นอะไรที่น่าท้าทาย ขอให้เอนจอยกับทุกๆ วัน ถึงแม้ว่าบางวันมันจะเหนื่อย แต่ก็สู้ๆ นะทุกคน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ชยพล ทองสวัสดิ์

กอง บก. ชาวเชียงใหม่ ผู้ทำเพลงในชื่อ TCNX เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เกิดและเติบโตในยุค 90s แต่มักฝันถึงชีวิตในยุค 60s อยู่บ่อยๆ

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง