ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว | เราไม่ได้ขายแค่ก๋วยเตี๋ยว แต่เสิร์ฟความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

The Lesson
9 Apr 2019
เรื่องโดย:

ปริญญา ก้อนรัมย์, รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

พันธ์รบ กำลา เป็นผู้ชายที่เรียบจบแค่เพียง ป.4 เคยมีอาชีพรับจ้างทำไร่ทำนา ไปจนถึงคนขายไอติม แต่ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ที่มีมูลค่าระดับพันล้าน รวมทั้งวางแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า

ชายผู้ไม่เคยมีองค์ความรู้เรื่องธุรกิจ และสร้างทุกอย่างมาจากสัญชาตญาณ แล้วเบื้องหลังความสำเร็จในธุรกิจของเขาคืออะไร

     “ผมเคยมานั่งดูคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลว ว่าอะไรคือความแตกต่างของคนสองคนนี้ แก่นมันคืออะไรที่มนุษย์ประสบความสำเร็จ เชื่อไหมว่าผมสามารถสรุปง่ายๆ ด้วยคำว่า นิสัย คำเดียว นิสัยหรือสันดานนี่แหละทำให้คนรวย นิสัยนี่แหละทำให้คนล้มเหลว”

     สิ่งที่เขาทำทั้งหมดตลอด 24 ปีในการทำธุรกิจ ไม่ใช่การคิดว่าทำอย่างไรถึงจะได้กำไรมากว่าใคร แต่สิ่งที่เขาลงมือทำ คือการเสิร์ฟความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าผ่านก๋วยเตี๋ยวทุกๆ ชาม

 

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

 

เริ่มธุรกิจด้วยสัญชาตญาณ

     “ผมเรียนจบ ป.4 ไม่ได้ร่ำเรียนธุรกิจมาเลย ถามว่าแล้วเอาความรู้เรื่องการทำธุรกิจมาจากไหน สิ่งหนึ่งผมคิดว่ามนุษย์ที่เกิดมาในโลกนี้ ไม่ว่าจะเกิดมาในแผ่นดินไหน มนุษย์มีสัญชาตญาณที่คล้ายกัน ก็คือความอยากมี อยากเด่น อยากดัง ทำอะไรแล้วอยากประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องเรียน แต่มันเป็นสัญชาตญาณ

     “ผมเริ่มทำแบรนด์ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวตอนปี พ.ศ. 2537 วันที่ขาย ผมไม่ใช่เจ้าแรกที่ขายบะหมี่เกี๊ยวนะ มีคนขายบะหมี่แบบนี้มาแล้ว 40 ปี แต่เขาไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะทำชายสี่ฯ ผมไปซื้อบะหมี่เจ้าอื่นมาขายอยู่ 2 ปี พอมีเงิน 7 แสนบาทผมถึงเริ่มทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา แต่ความแตกต่างของชายสี่ฯ กับบะหมี่เจ้าอื่นคืออะไร เมื่อก่อนผมไปติดต่อให้เขามาส่งบะหมี่ที่แยกลำลูกกา ผมไปนั่งคุยกับเขาเลยนะ ท่านครับผมจะขายบะหมี่ที่แยกลำลูกกา ปทุมธานี ท่านไปส่งบะหมี่ให้ผมได้ไหม แล้วท่านมีอะไรให้ผมบ้าง เขาตอบว่าผมไม่มีอะไรให้คุณ และจุดที่คุณขายบะหมี่ผมก็ส่งของให้คุณไม่ได้ด้วย

     “แต่ผมทำตรงกันข้ามเขา ถ้าใครบอกว่าอยากขายชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ผมแทบจะอาบน้ำปะแป้งให้เลย คุณต้องการขายที่ไหน คุณมีที่หรือยัง ถ้าคุณมีที่แล้วรถผมส่งให้ถึงที่ ถ้าคุณมีเงินน้อยงั้นผมให้ดาวน์ก่อนผ่อนทีหลัง คุณทำบะหมี่เป็นไหม ทำไม่เป็นผมฝึกให้ สมัยก่อนเจ้านั้นเหรอ ไม่ให้อะไรผมสักอย่าง เวลาผมขายผมบริการดูแลเทกแคร์ลูกค้าดีมากๆ มันเป็นความสุข เป็นสัญชาตญาณ เป็นความชอบ พอเราทำความพึงพอใจให้คนที่เจอกับเรา เขาเจอเราก็อยากคบหา เขาเจอเราก็อยากทำธุรกิจด้วย พูดอะไรไปเขาก็เชื่อ เราไม่โกหก”

 

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

 

นิสัยของมนุษย์คือแก่นของความสำเร็จ

     “ผมเคยมานั่งดูคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลว ว่าอะไรคือความแตกต่างของคนสองคนนี้ แก่นมันคืออะไรที่มนุษย์ประสบความสำเร็จ เชื่อไหมว่าผมสามารถสรุปง่ายๆ ด้วยคำว่า นิสัย คำเดียว นิสัยหรือสันดานนี่แหละทำให้คนรวย นิสัยนี่แหละทำให้คนล้มเหลว

     “ในการทำธุรกิจเราต้องเป็นคนจริง ไม่พูดโกหก ไม่เอาเปรียบคน จะพูดจะคิดทำอะไรต้องให้คนรอบข้างพอใจ เมื่อเราทำให้เขามีความศรัทธา มีความเชื่อมั่นกับเรา เราขายอะไรเขาก็เชื่อ แต่คนที่จ้องจะเอาเปรียบตลอดเวลา หวังจะกดหัวคน จะขี่คอ จะขี่บ่าเพื่อให้ได้ชัยชนะ ทำแบบนี้ตลอดถึงคุณเอาทองจริงๆ มาวางขายเขาตรงหน้า คนเขาก็ไม่เชื่อ เพราะฉะนั้น ความน่าเชื่อถือมันสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ความน่าเชื่อถือถ้าเกิดขึ้นกับใครนะ คุณจะประสบความสำเร็จ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดของมนุษย์เลยนะไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ ผมบอกพนักงานตลอดว่า คุณทำอะไรคุณทำไปเลย แต่ถ้าผมขาดความเชื่อมั่นกับคุณ ก็จบแล้วชีวิตคุณ”

 

ไม่ได้ขายแค่ก๋วยเตี๋ยวแต่เสิร์ฟความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

     “ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญของแบรนด์ชายสี่ฯ ตั้งแต่ผมเริ่มทำบะหมี่เกี๊ยววันแรก ปี พ.ศ. 2537 ผมตั้งธงไว้เลยว่าเส้นบะหมี่ของผมต้องดีที่สุดในโลก ต้องให้บริการดีกว่าเจ้าที่ผมเคยไปเอาบะหมี่เขามาขาย เส้นบะหมี่ต้องมีคุณภาพ เมื่อเราตั้งธงแบบนี้เราก็ต้องหาวิธี หาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ พอเราเอาวัตถุดิบที่ดีมาผลิต สินค้าเราก็ออกมาดี พอสินค้าออกมาดีคนก็จะมีความเชื่อมั่นในเรา ด้วยเหตุนี้มั้งที่ทำให้ชายสี่ฯ มาถึงวันนี้ได้ ถ้าถามว่าผมได้เรียนธุรกิจมาไหม ก็ไม่ แต่ผมมีความจริงใจ มีความไม่เอารัดเอาเปรียบ ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราทำ แล้วจะเกิดความศรัทธาจากผู้บริโภคขึ้นเอง”

 

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

 

ลูกค้าคือเจ้านาย คนขายคือลูกจ้าง

     “ผมคุยกับทีมงาน คุยกับลูกสาว คุยกับครอบครัวของผมตลอด ว่าธุรกิจคือการหมุนเงินให้มีกำไร ซื้อของมาสิบบาทเอาไปขายสิบห้าบาท นี่คือการหมุนเงินให้มีกำไร ด้วยวิธีการต่างๆ นี่คือหลักคิดของนักธุรกิจ แต่แม้ธุรกิจคือการทำให้มีกำไรก็จริงอยู่ แต่อย่าลืมว่าเงินที่ได้มาเราได้มาจากคนที่ซื้อสินค้าของเรา เราจะต้องซื่อสัตย์ จะต้องให้เกียรติ ดูแลเทกแคร์เขา

     “อย่างคนที่มาซื้อแฟรนไชส์ผม เขาจ่ายค่าแฟรนไชส์ปีละ 4 พันบาท แต่ผมคุ้มครองชีวิตเขาทันทีเลย 1 แสนบาทนะ อาจดูแล้วเหมือนใช้เงินเยอะ แต่พอเรามาดูสมการคณิตศาสตร์จริงๆ แล้ว ปีหนึ่งมีไม่เกินสองสามคนที่เราต้องรับผิดชอบ จากลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ 4-5 พันราย ในระยะเวลา 24 ปี มีน้อยมาก บางปีเราแทบไม่ได้จ่ายเลย สิ่งที่เราทำคือไม่เอาเปรียบเขา คนกินชายสี่ฯ คือเจ้านาย คนขายชายสี่ฯ อย่างผมคือลูกจ้าง เพราะฉะนั้นการที่เราจะดูแลเขาก็ไม่ผิดหรอก นี่คือความแตกต่างระหว่างแบรนด์ของผมกับที่อื่นๆ การดูแลเทคแคร์เต็มที่”

 

หัวใจของธุรกิจแฟรนไชส์

     “สิ่งที่ควรทำมีอยู่ 2 อย่างคือ หนึ่ง สร้างจุดขายและขยายสาขา สอง การสร้างมาตรฐานสินค้า จุดขายที่แตกต่างจะทำให้เราสามารถขยายสาขาได้มากขึ้น และสาขาคือแหล่งผลิตเงินของเรา เรามีสาขามากก็จะขายของได้มาก แต่ในขณะที่เรามีจุดกระจายสินค้ามากที่สุด สินค้าของเราก็ต้องมีมาตรฐานด้วย นี่คือหัวใจของมันแล้วล่ะ

     “ความยากของการขยายสาขาธุรกิจแฟรนไชส์ คือการที่ประเทศไทยมีพื้นที่จำกัด ประมาณ 500,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่ 68 ล้านคน มีเงินหมุนอยู่ในระบบประมาณ 3 ล้านล้าน ปลาในน้ำมีอยู่แค่นี้แหละ แต่ความเชื่ออย่างหนึ่งของผมคือมนุษย์เพิ่มขึ้นทุกวัน คนเรากอดกันทุกคืนน่ะ (หัวเราะ) หมู่บ้านก็ขยายไปทุกวันไม่มีวันสิ้นสุด ผมต้องมีความเชื่อว่าจากยอดขายบะหมี่ของผมทุกวันนี้ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่ได้กินบะหมี่ผม บางคนอยากกินแต่ไม่ได้กิน เพราะตรงนั้นยังไม่มีขาย ผมก็ต้องเชื่ออย่างนี้ เพื่อที่จะขยายสาขาไปได้ ผมต้องคิดว่าทำอย่างไรถึงจะเอาบะหมี่ไปเสิร์ฟให้เขาได้ถึงบันไดบ้านเลย

     “ส่วนเรื่องมาตรฐานสินค้า สิ่งสำคัญคือคนผลิตเองต้องกล้ากิน ไม่ใช่ว่าเราทำสินค้าบางตัว ปลูกมาทำมาแต่ไม่กล้ากิน แต่ผมกล้ากินทุกอย่างแบบเต็มปากเลย เราต้องหวังดีกับคนที่กินของเรา หวังดีกับแฟรนไชส์ กับลูกค้า ไม่ใช่ว่าสักจะเอาแต่เงิน เราต้องการให้สิ่งดีกับสังคม ถ้าเราฝันอยากให้สังคมดีแต่ตัวเรายังไม่ดีมันจะดีได้ยังไง”

 

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

 

ไม่เชื่อโชคลางแต่ศรัทธาผลของการกระทำ

     “ผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องการดูฤกษ์ดูยามนะ ผมว่าไม่เกี่ยว ถ้าคุณเชื่อว่าดวงดี เชื่อว่าต้นขนุนมันหนุนคุณจริง เชื่อว่าต้นมะขามทำให้คุณเกรงขาม ถ้าผมมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทย ผมจะให้สภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายมาให้ประชาชนปลูกขนุนบ้านละต้น แล้วประเทศนี้ไม่ต้องทำอะไรเลย (หัวเราะ) ถ้าง่ายแบบนั้นคงไม่มีคนจนบนโลกนี้

     “แต่ผมเชื่อเรื่องกรรม ผมเชื่อว่าคนเราทำแบบไหนได้แบบไหน ไม่ได้เป็นเพราะต้นขนุน ต้นมะยม ต้นมะขาม ผมบอกกับลูกกับครอบครัวเสมอว่าคนเราอยากได้อะไรก็ทำเอา อย่างผมก็เป็นเด็ก ป.4 เคยรับจ้างทำไร่ทำนา ขายไอติม แต่มาถึงวันนี้ได้เพราะอะไร ผมไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่ผมได้มาวันนี้นะ มันไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะสิ่งที่ผมได้มาทุกวันนี้ผมทำเอา ผมทำมาตลอดชีวิต มนุษย์เขียนชีวิตตัวเองได้ คุณอยากได้แบบไหนเขียนแบบนั้นแหละ ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จคุณก็ต้องทำเอา มันเป็นกฎธรรมชาติ”

 

ถ้าเกิดตายวันนี้สิ่งเดียวที่เสียดายที่สุด

     “มีพนักงานคนหนึ่งเคยถามนะว่า ถ้าผมตายวันนี้ผมเสียดายอะไรมากที่สุด ผมก็ย้อนนึก วันนี้ผมเป็นเจ้าของชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ทำธุรกิจมา 24 ปี ธุรกิจก็ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะว่าจุดสิ้นสุดเราก็ไม่รู้หรอกอยู่ตรงไหน และสิ่งที่ถ้าผมตายแล้วจะเสียดายที่สุด มันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำแล้วไม่ได้ทำ คืออ่านหนังสือที่ผมซื้อมาตลอด 30 ปี บางวันซื้อมาพันบาท สองพันบาท ผมยังอ่านมันไม่จบ และถ้าจะอ่านให้จบคงใช้เวลาสัก 300 ปี ผมเสียดายมาก ผมไม่เสียดายเงินทองเลยนะ แต่ในหนังสือมันมีความรู้ในนั้นมหาศาล มันอ่านแล้วมีความสุขที่อธิบายไม่ได้ บางครั้งเหมือนเราเห็นสัจธรรม ถ้าผมต้องตายพรุ่งนี้สิ่งที่ผมเสียดายที่สุดคือสิ่งนี้”

 


ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ปริญญา ก้อนรัมย์

ชื่นชอบการถามเพื่อนว่า “ชีวิตช่วงนี้เป็นไงบ้าง?” ส่วนถ้าช่วงนี้ใครถามกลับมา จะตอบไปว่า “กำลังหามรุ่งหามค่ำเพื่อชีวิตเอกเขนก...”

เรื่องโดย

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำกอง a day BULLETIN