MAYA Music Festival | สานฝันเทศกาลดนตรีแนว EDM ของไทยสู่เฟสติวัลระดับโลก

หลังจากที่ห่างหายจากหน้าจอในฐานะดีเจและพิธีกรรายการโทรทัศน์ไปนาน นั่นเป็นเพราะ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ได้ผันตัวเองไปทำหน้าที่กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟีล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดงาน MAYA Music Festival เทศกาลดนตรีแนว EDM ที่หลายคนกล่าวขานมาตั้งแต่ปี 2015 และจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ซึ่งเขาได้ทุ่มพลังทั้งหมดที่มีเพื่อผลักดันให้ธุรกิจเฟสติวัลนี้เป็นที่รู้จักของทุกคน และทำให้มายาได้กลายเป็นเมกะเฟสติวัลที่ผู้ชมต่างรอคอยให้เกิดขึ้นในทุกๆ ปี ทัดเทียมกับเทศกาลดนตรีชื่อดังในต่างประเทศ

MAYA Music Festival

 

เฟสติวัลในความทรงจำ

     ย้อนกลับไปในวัยเด็กของเราช่วงอายุ 14-15 ปี เราชอบไปเที่ยวงานเฟสติวัลในต่างประเทศที่มีบรรยากาศการเล่นดนตรีแบบ Live Band เล่นสด ร้องสด และมีส่วนอื่นๆ ให้ร่วมกิจกรรมอย่างเต็มอิ่ม บวกกับความชอบในวัยเด็กอย่างการฟังแนวดนตรีที่เรียกว่าเทคโนและแทรนซ์ ซึ่งก็คือต้นแบบของ EDM ในปัจจุบัน ทั้งนี้แนวดนตรีและการจัดงานดนตรีในรูปแบบเฟสติวัลที่ต่างประเทศเขาจัดกันมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ในเมืองไทยยังคงเป็นการจัดงานดนตรีในรูปแบบคอนเสิร์ตอยู่

 

เปิดบริษัท ฟีล คอร์ปอเรชั่น และโปรเจ็กต์ใหญ่

     เป็นเวลากว่า 12 ปี ที่เราเลือกทำงานด้านอื่น ทั้งเป็นพิธีกร เปิดบริษัทเกี่ยวกับ Event Agency บริษัทรับผลิตรายการโทรทัศน์ แต่ความชอบส่วนตัวก็ยังคงมีอยู่ และยังคงเดินทางไปเที่ยวงานเฟสติวัลระดับโลกทุกปี จนเมื่อปี 2012 เราตัดสินใจเปิดบริษัทที่ทำเกี่ยวกับเฟสติวัลโดยเฉพาะชื่อว่า ฟีล คอร์ปอเรชั่น พร้อมเริ่มต้นโปรเจ็กต์มายาทันที

 

เฟสติวัลที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทยผสานกับความเป็นสากล

     การสร้างเฟสติวัลในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะถ่ายทอดเรื่องราวของศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ ออกมา แต่เมื่อเราต้องการสร้างเฟสติวัลในเมืองไทยที่ต่อไปจะเติบโตยิ่งใหญ่ทัดเทียมระดับโลกได้นั้น งานของเราก็ต้องมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ผมจึงนำเสนอเฟสติวัลที่มีกลิ่นอายศิลปะและวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานกับความเป็นสากล ซึ่งคอนเซ็ปต์นี้จะออกมาในทุกๆ งานดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ แสงสีเสียง หรือแม้แต่โครงสร้างของเวทีหลัก อาทิ หนุมานหรือพญานาคขนาดใหญ่ เป็นต้น

 

MAYA Music Festival

 

ผลักดันโปรเจ็กต์

     โปรเจ็กต์มายาเริ่มเมื่อปี 2012 ก็จริง แต่กว่าจะออกมาเป็น MAYA Music Festival ได้ก็ใช้เวลาดำเนินการกว่า 3 ปี กับการประสานงานในหลายๆ ส่วน และความยากอย่างแรกคือการหาสถานที่ขนาดใหญ่พอสำหรับการจัดงานเฟสติวัล ความยากอย่างที่สองคือการติดต่อและคัดเลือกศิลปินจากทั่วโลก ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ ก่อนที่ศิลปินจะตอบรับหรือทางค่ายจะยอมส่งศิลปินมา แต่เราก็พยายามและผลักดันจน MAYA Music Festival ครั้งแรกเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ จนได้

 

ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์คือคีย์หลัก

     มิวสิกเฟสติวัลในเมืองนอกจะเป็นการผสมระหว่างการจัดงานเทศกาลดนตรีด้วยรูปแบบของการแสดงสดกับการเปิดเพลงด้วยดีเจ เรียกว่าแนวอิเล็กทรอนิกส์ เป็นงานเฟสติวัลที่มีหลากหลายแนวดนตรีอยู่ในงานเดียว แต่สำหรับเรา การจัดงานด้วยรูปแบบการนำวงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มาเล่นนั้นง่ายกว่าการใช้วงดนตรีสดมาก เราจึงเลือกเพลงอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นคีย์หลักของงาน โดยนำเสนอด้วยเพลง EDM ซึ่งเป็นแนวเพลงที่บูมมากในต่างประเทศ ในขณะที่เมืองไทยเริ่มมีคนสนใจและสนุกไปกับแนวดนตรีนี้ในช่วงราวๆ สามสี่ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเรามาถูกจังหวะจริงๆ

 

ต่อยอดความสำเร็จด้วยศิลปินระดับท็อป

     เมื่อมายาปีแรกได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี เราจึงสร้างมายาในปีถัดมาด้วยแนวดนตรี EDM แบบเดิม เติมโครงสร้างเวทีกลิ่นอายความเป็นไทยด้วยหนุมานเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือดีเจที่มานั้นเป็นตัวท็อประดับโลก อาทิ Tiesto โปรดิวเซอร์และดีเจแนวแทรนซ์ชาวดัตซ์ ซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่เปิดกระแส EDM และเป็นต้นแบบของดีเจทั่วโลก หรือ Steve Angello อดีตสมาชิกซูเปอร์กรุ๊ปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกดีเจตลอดกาล โดยทั้งสองปีในสามครั้งเราย้ายไปจัดที่พัทยาแทนกรุงเทพฯ

 

MAYA Music Festival

 

เพิ่มความหลากหลายในโชว์

     ในปี 2018 นี้เราย้ายจากพัทยากลับมาที่กรุงเทพฯ พร้อมการจัดเทศกาลดนตรีที่มีความหลากหลายแนวดนตรี เพื่อให้คนเต็มอิ่มมากกว่าเดิม ซึ่งมีทั้ง EDM, K-Pop, J-Pop อย่าง AKB48 เซต 16 คน รวมทั้งมีศิลปินวงอินดี้จากเกาะอังกฤษ ที่สำคัญเรายังยก Stage Platform แบบ Live ใหญ่ยักษ์มาจากประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง ถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะมีเวทีรูปแบบนี้เกิดขึ้นในงานมิวสิกเฟสติวัล

 

สู่การเป็นเทศการดนตรีระดับโลก

     สิ่งที่จะทำให้เฟสติวัลเติบโตไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับศิลปินที่มาในงาน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับบรรยากาศโดยรวมของงาน อย่างเราไปงาน Coachella ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แรกๆ เราอาจจะไปเพราะศิลปิน แต่ภาพรวมและบรรยากาศของที่นั่นทำให้เราอยากกลับไปเสพบรรยากาศที่สนุกแบบนั้นอีกครั้งในปีต่อๆ ไป และกว่าที่ Coachella จะกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุดในโลก เขาก็ใช้เวลาสร้างชื่อเสียงกว่า 20 ปี เราก็เรียนรู้แนวคิดนี้ว่า ในแง่ของการทำธุรกิจเฟสติวัล มีเงินอย่างเดียวก็ดังไม่ได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างเสน่ห์ที่ทุกคนต้องกล่าวขึ้นมา ทุกวันนี้เราจึงทุ่มเททั้งกายและใจทั้งหมดที่มี เพื่อทำให้มายากลายเป็นเฟสติวัลที่คนทั่วโลกต่างรอคอยให้ได้ภายใน 10 ปีต่อจากนี้

 


Timeline 

     2015 Maya Music Festival #1: A Miracle of Art, Magical of Sound ผ่านดนตรี EDM ภายใต้ธีม Electro-Naga พร้อมเวทีพญานาคความสูงกว่า 20 เมตร ณ ลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่ 11 กรุงเทพฯ นำโดยดีเจระดับโลก Steve Angello

     2016 Maya Music Festival #2: เป็นครั้งแรกที่มี 2 เวทีอย่างธีมพญานาค ความสูงกว่า 20 เมตร และธีมหนุมาน ความยาว 80 เมตร ณ ชายหาดกระทิงลาย เมืองพัทยา แบ่งเป็น EDM Stage นำโดย Tiesto และ Live stage นำโดย Thaitanium

     2017 Maya Music Festival #3: เป็นครั้งแรกที่จัดงาน 2 วันเต็ม ณ ชายหาดกระทิงลาย เมืองพัทยา โดดเด่นด้วยโครงสร้างเวทีรูปหัวของหนุมาน นำโดย Tiesto อีกเช่นเคย และจัดขึ้นอีกหนึ่งวันในช่วงเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ที่ MAYA Space, Horseshoe Point พัทยา

     2018 Maya Music Festival #4: ในปีนี้จัดเต็มแบบ 2 วัน ด้วยไลน์อัพ EDM Stage กับดีเจระดับโลกอาทิ ALESSO, GALANTIS ส่วน Live Stage จัดเต็มกับศิลปิน K-Pop และ J-Pop นำโดย AKB48 เซต 16 คน ในวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ ที่ Show DC กรุงเทพฯ

Share Post
Like 1 View 141

Author

กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

หัวหน้าช่างภาพกอง a day BULLETIN

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

นักขีดๆ เขียนๆ เริ่มเขียนแบบไดอารี่จริงจังก็ตอนอยู่ม.2 ด้วยเหตุผลเดียวคือกลัวตัวเองสมองเสื่อมกะทันหัน จนทำงานเขียนมากว่า 10 ปี ปัจจุบันเรื่องตัวเองไม่เขียนแล้ว เพราะคิดว่าไม่ลืมชัวร์ แล้วหันมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับคนอื่นแทน!