เงินติดล้อ l เบื้องหลังความสำเร็จและการเติบโตของบริษัทการเงินที่ก้าวกระโดดแบบติดล้อ

ในโลกยุคปัจจุบัน การทำธุรกิจโดยมุ่งหวังผลกำไรเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อีกต่อไปแล้ว คำถามที่สำคัญไปกว่านั้นคือเราจะทำอย่างไรให้องค์กรสามารถเดินต่อไปได้ในระยะยาว และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับลูกค้ารวมถึงตัวพนักงานด้วย เราชวนคุณไปค้นหาคำตอบเหล่านั้นกับบทสัมภาษณ์ของ 3 ผู้บริหาร บริษัทเงินติดล้อ — คุณเบอร์นาร์ด โช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ คุณอาฑิตยา พูนวัตถุ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนายหน้าประกันภัย และ คุณฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ถึงเรื่องราวเบื้องหลังในการสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแรงในองค์กร ความหมายของความสุขในการทำงาน และวิธีที่จะทำให้บริษัทหมุนต่อไปได้ในโลกวันข้างหน้า

เงินติดล้อ

 

เดินหน้าธุรกิจด้วยความเชื่อ

     คุณเบอร์นาร์ด โช: ต้องบอกว่าความเชื่อของบริษัทเงินติดล้อ ซึ่งเป็นภาพรวมของเราเสมอมาคือเราเชื่อว่าทุกๆ คนควรมีสิทธิ์เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมและโปร่งใสได้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของเราเป็นคนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่มีความเป็นธรรมได้ จากการที่เขาไม่ได้มีรายได้ประจำ ทำให้ต้องไปกู้ยืมหนี้นอกระบบ บางครั้งทำให้ชีวิตของเขาต้องติดอยู่กับปัญหา 

     ซึ่งเงินติดล้อเชื่อว่าการช่วยเหลือลูกค้ากับการทำให้บริษัทเติบโตไปข้างหน้า สามารถทำไปพร้อมๆ กันได้ แน่นอนว่าทุกบริษัทอยากได้กำไร เราก็เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างคือ เราอยากเติบโตในระยะยาวด้วย แต่ถ้าเราเอาเปรียบลูกค้า สุดท้ายลูกค้าก็จะไม่อยู่กับเรา แต่ถ้าเรามีเจตนาที่ดีในการช่วยลูกค้า และเจตนาที่ดีในการส่งเสริมพนักงาน สุดท้ายบริษัทก็จะเติบโตไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต่างเข้าใจกันดี และเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายว่าเราจะทำให้พนักงานมากกว่าสี่พันคนของเราเข้าใจสิ่งนี้และเดินไปพร้อมกันได้อย่างไร

 

สร้างวัฒนธรรมองค์กรจากภายใน

     คุณอาฑิตยา: แต่เดิมเรามีวิธีสร้างวัฒนธรรมองค์กรไม่ต่างจากบริษัทอื่นๆ เรามีการจ้างบริษัทเอเจนซีมาวางกลยุทธ์ให้ จนได้คำมาสี่คำ ‘รู้ลึก-ริเริ่ม-จริงใจ-ใกล้ชิด’ เป็นคำสี่คำที่เราใช้มาท่องจำกัน แต่พอเดินไปถึงจุดหนึ่งเราเริ่มมีคำถามว่า เรารู้อะไรลึก เราใกล้ชิดกับใคร กลายเป็นว่าคำพวกนั้นเป็นสิ่งที่เราและพนักงานท่องจำกันเฉยๆ แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนวันหนึ่งผู้บริหารเรามานั่งคุยกัน และคิดว่าเราท่องคำพวกนั้นเราก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เราเลยกลับมาสร้างวัฒนธรรมจากจุดแข็งเดิมของเราอีกครั้ง

     คุณเบอร์นาร์ด โช: ซึ่งจุดแข็งที่เป็นตัวเราพวกนั้นกลายมาเป็นค่านิยมทั้งเจ็ดที่เรานำมาขับเคลื่อนองค์กร สิ่งที่ดีคือเราไม่ได้เอามาจากไหนก็ไม่รู้ แต่มันมาจากประวัติศาสตร์ของบริษัทเงินติดล้อ เราพยายามดูว่าสิ่งที่ทำอยู่ สิ่งที่สำคัญมันคืออะไร ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราทำมาตลอด และเราดึงมันออกมา เพื่อส่งต่อให้พนักงานของเรา เพราะเราเชื่อว่าไม่มีกฎหรือระเบียบอะไรที่จะควบคุมให้คนกว่าสี่พันคนในองค์กร ทั้งสำนักงานใหญ่และที่กระจายตัวอยู่ตามสาขาทั่วประเทศคิดได้เหมือนกัน แต่ต้องสร้างและปลูกฝังสิ่งเหล่านั้นออกมาจากใจข้างในเท่านั้น

 

ส่งต่อวัฒนธรรมด้วยความจริงใจผลลัพธ์จากความเปลี่ยนแปลง

     คุณอาฑิตยา: ในการสร้างวัฒนธรรมเราต้องเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง ยกตัวอย่างออฟฟิศใหม่ของเราที่อารีย์ เราพยายามให้มีพื้นที่เปิดเยอะๆ เพราะว่าอยากให้พนักงานนั่งทำงานด้วยกัน ทานข้าวด้วยกัน เราเชื่อว่างานจะสำเร็จไปได้ดีถ้าเรามีการสื่อสารการเชื่อมต่อแบบเป็นกันเองของพนักงานมากขึ้น ทุกๆ ไตรมาสเราจะมีการประกวดตกแต่งออฟฟิศในแต่ละชั้น เราก็จะเห็นความสุขของพนักงานผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านกลุ่มเพื่อนที่พูดคุยถึงสิ่งที่พวกเขาทำกัน

     คุณฐิติเดช: สิ่งที่ดีอีกอย่างคือผู้บริหารของเงินติดล้อเองไม่ได้เป็น untouchable หรือเป็นบุคคลที่แตะต้องไม่ได้ ผู้บริหารบางที่เขาอยู่สูงมากจนพนักงานส่วนใหญ่รู้สึกเข้าไม่ถึง แต่ที่นี่ทุกคนลงไปเยี่ยมสาขา ลงไปพบเจอไปพูดคุยกับน้องๆ หน้าบ้านด้วยตัวเอง

     ซึ่งหลายๆ ครั้งเราเห็นว่าข้อมูลบางอย่างที่เกิดจากหน้าบ้าน สมมติมีสักร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กว่าจะไปถึงข้างบนเหลือแค่สอง และสองบางทีก็เป็นสองเปอร์เซ็นต์ที่ปลอมด้วย ปัญหาอีกร้อยเปอร์เซ็นต์กลับมองไม่เห็น ซึ่งที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น ผู้บริหารของเราลงไปเจอเอง และทำให้พนักงานอย่างเรารู้สึกแตกต่างออกไป

     คุณอาฑิตยา: เราไปที่สาขากันบ่อย และต้องบอกเลยว่าทุกครั้งที่ไปมักมีอะไรให้เราต้องกลับมาปรับปรุงอยู่ตลอด เพราะว่าทุกอย่างถ้าเรานั่งคิดเอาเองเราคงไม่สามารถเข้าใจพนักงานและลูกค้าของเราได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องลงไปเห็นด้วยตาจริงๆ

 

เงินติดล้อ

 

ผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลง

     คุณเบอร์นาร์ด โช: ที่เงินติดล้อเราอยากให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วม เขาคิดอะไรให้เขาได้ทำสิ่งนั้นออกมา ถ้าเดินดูในแต่ละชั้นของบริษัทเราจะเห็นพนักงานมีพลังในการทำงานเยอะมาก สิ่งนี้มันเกิดจากการที่เราเปิดพื้นที่ความสร้างสรรค์ออกมา การที่เราออกแบบออฟฟิศและการทำงานแบบนี้ มันทำให้กำแพงระหว่างผู้บริหารกับพนักงานแตกไปหมดเลย

     คุณฐิติเดช: ต้องบอกตรงๆ ว่าอาจจะมีบ้างที่เราก็ช็อกเหมือนกันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กร ต้องเล่าว่าผมเองเคยทำงานสายธนาคารมาก่อน ก็จะรู้วัฒนธรรมการทำงานในธนาคารดี ว่าส่วนใหญ่มีการออกนโยบายและคำสั่งแบบบนลงล่าง ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่รู้เหตุผลว่าให้ทำไปทำไม

     แต่ที่เงินติดล้อเราไม่ได้ทำงานกันแบบนั้น เรามีการทดลองทำงานแบบสกรัม (Scrum) เป็นการครอสฟังก์ชัน (Cross functional) รวมพนักงานในแต่ละแผนกมาออกไอเดียทำงานพร้อมกัน ซึ่งถ้าเป็นแต่ก่อนพนักงานแต่ละแผนกก็จะพูดคุยและสนใจแต่แค่งานของตัวเอง เช่น มาร์เกตติ้งก็ดูมาร์เกตติ้ง ไอทีก็ดูไอที ฝ่ายการเงินก็ดูแค่ตัวเลขโดยที่ไม่รู้ว่าที่มาเป็นยังไง ซึ่งการทำงานแบบสกรัม ทำให้เราเข้าใจตรงกัน แต่ละคนก็จะเริ่มคิดในแง่ของภาพรวมของบริษัท มากกว่าที่จะคิดแค่ความสนใจของตัวเอง

     จากเหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ในแต่ละโปรเจ็กต์ที่น่าพอใจ แต่สิ่งที่ดีไปกว่านั้นและเกิดขึ้นตามมา คือเราเริ่มมีการคุยกันเองมากขึ้น

 

สนุกกับการทดลอง ล้มเหลว และเรียนรู้

     คุณฐิติเดช: อีกข้อหนึ่งที่เงินติดล้อเชื่อมั่นคือ dare to experiment เราเชื่อว่าถ้าทำเร็ว ทดสอบเร็ว ล้มเหลวเร็ว เราจึงจะได้เรียนรู้เร็ว ซึ่งเรามีเครื่องมือในการสนับสนุนความคิดแบบนี้ โดยที่เรามีความตั้งใจที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ แบบนี้ จากแต่ก่อนที่ทำก้อนใหญ่ ใช้เวลาทำงานโปรเจ็กต์หนึ่งสองสามเดือน เราเอาไอเดียโยนให้ไอทีไปก้อนหนึ่งและเขาหายไปสามเดือน แล้วสุดท้ายผลลัพธ์ถ้าไม่สำเร็จมันแก้ไม่ได้แล้ว

     แต่ในการทำงานแบบสกรัม เราสามารถทดลองและปรับเปลี่ยนทุกอย่างได้เร็ว เรารู้ว่ามันผิดพลาดอะไรเราก็แก้ตรงนั้นได้เลย เราทำเร็ว ล้มเหลวเร็ว และเรียนรู้จากมันทันที

     คุณอาฑิตยา: สิ่งที่เราโชคดีมากๆ เลยคือพนักงานของเงินติดล้อเป็นคนที่กล้าเปิดรับกับความเปลี่ยนแปลงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และเราเป็นบริษัทที่ค่อนข้างบ้าพลัง (หัวเราะ) จะสังเกตเห็นพนักงานของเราชอบวิ่ง ไม่รู้ว่าทำไมไม่เดินดีๆ ก็ไม่รู้ ซึ่งจริงๆ ส่วนหนึ่งมันมาจากการที่ลูกค้าของเราที่สาขาต้องการเงินด่วน วันหนึ่งพนักงานเราต้องบริการลูกค้าเยอะ และเราก็ต้องช่วยเหลือสาขาและลูกค้าของเรา มันทำให้เราต้องทำอะไรเร็ว รับมือกับปัญหาที่ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

 

เป้าหมายสูงสุดคือความสุข

     คุณอาฑิตยา: และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราอยากให้พนักงานทุกคนได้รับก็คือหนึ่งในค่านิยมของเรา คือทำงานเต็มที่ ปาร์ตี้ให้สุด เราฉลองกับความสำเร็จที่ได้มาได้ แต่เราต้องรู้ว่าเราฉลองเพราะอะไรและเพื่อใคร เราสนุกและมีความสุขกับความสำเร็จของเรา แต่ก่อนหน้านั้นเราต้องส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกค้าไปก่อน ซึ่งมันตอบในภาพรวมว่าเราทำงานด้วยกันเราสนุกด้วยกัน

     คุณเบอร์นาร์ด โช: ความตั้งใจของเราคือขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า และทำให้ทุกคนสนุกกับงานที่ส่งมอบให้ลูกค้า สนุกกับการเติบโตในสายงานตัวเองได้ ซึ่งมันตรงกับ tagline ของบริษัทเรา ‘ชีวิตหมุนต่อได้’ สิ่งนี้มันคือคำสัญญาที่เราอยากให้ทั้งพนักงานและลูกค้ารับทราบว่า เราอยากสนุกและมีความสุขในวันที่เราช่วยเหลือลูกค้า เราอยากช่วยเหลือลูกค้าให้หลุดพ้นจากปัญหา ถ้าเป็นไปได้ เราไม่อยากให้เขากลับมาหาเราอีก นี่คือสิ่งที่เราเชื่อเสมอมา

 

เงินติดล้อ

 

ค่านิยม 7 ประการ สู่การหมุนวัฒนธรรมองค์กรไปข้างหน้าของเงินติดล้อ

     01 Sustainable Impact by Creating Opportunities สร้างสรรค์ แบ่งปันโอกาส สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

     02 Sense of Ownership with Gratitude รู้สำนึกและมีจิตวิญญาณความเป็นเจ้าของ

     03 Candid Teamwork ร่วมมือร่วมใจ ตรงไปตรงมา เพื่อความสำเร็จของทีม

     04 Serve with Integrity, Informality, and Authenticity ทำทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ และเป็นกันเอง

     05 Thirst for Wisdom and Self-Development กระหายการเรียนรู้และไม่หยุดพัฒนาตนเอง

     06 Experiment to Lead Change กล้าทดลองในสิ่งใหม่ พร้อมก้าวไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

     07 Work Smart, Party Hard ทำงานให้เต็มที่ ปาร์ตี้ให้สุด

Share Post
Like 3 View 3338

Author

a day BULLETIN Team

Where the Conversations Begin: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่