โอ๊ต ปราโมทย์ | บทเรียนที่ว่าด้วย ถ้าโลก (โซเชียล) มันดาร์ก ก็เทเรื่องร้ายๆ ทิ้งไปดีกว่า

The Lesson
27 Mar 2019
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ, ธนดิษ ศรียานงค์

นับวันความเผ็ดร้อนในโซเชียลเน็ตเวิร์กจะยิ่งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกับการส่งข้อความเหยียดหยามกันผ่านช่องคอมเมนต์ที่แค่พิมพ์สิ่งที่ตัวเองคิดไว้ด้วยความสะใจ แล้วก็ไถฟีดไปสนุกกับเรื่องอื่นต่อ โดยไม่ฉุกคิดเลยว่าข้อความต่ำตมเหล่านั้นได้ทำร้ายจิตใจคนที่โดนกล่าวถึงขนาดไหน ส่วนวิธีรับมือกับเรื่องดาร์กๆ ในโลกอีกใบนั้น คงไม่มีใครเข้าใจได้ดีเท่ากับ ‘โอ๊ต’ – ปราโมทย์ ปาทาน นักร้อง พิธีกร และนักแสดง ที่งานก็ชุกเรื่องดราม่าก็เยอะไม่แพ้กัน เราจึงชวนเขามาถอดบทเรียนที่ว่าด้วยการ ‘เท’ เรื่องน่าหงุดหงิดที่เกิดขึ้นในโซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านมุมมองของคนที่เคยถูกบูลลี่มาอย่างหนังหน่วงด้วยกัน

โอ๊ต ปราโมทย์

 

เท… เรื่องหมด Passion

     ในเพลง เทเทเท มีคำว่า ‘หมด Passion’ อยู่ในเนื้อเพลง ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำนี้ เพราะไม่ใช่คำที่ออกมาจากผม เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับตัวเราเอง ว่าจริงๆ แล้วผมใช้คำนี้จริงไหม ตอนแรกที่เพลงนี้ถูกเขียน P-Hot ก็ส่งเนื้อเพลงท่อนนี้มาให้ผมดู ถามว่าถ้าใช้คำนี้ผมติดอะไรไหม ผมก็คิดว่าเรื่องราวก็ผ่านมานานแล้ว เราไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ต่อไปแล้ว เพียงแค่คำนี้กลายเป็นคำที่ใช้แซะๆ หยอกๆ กันเท่านั้นเอง ผมเองก็ไม่ได้อินกับคำนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว ก็เลยไม่คิดอะไรเพราะยังไงคำนี้ต่อให้ไม่อยู่ในเนื้อเพลงก็จะติดตัวผมไปจนตายอยู่ดี (หัวเราะ) ในเมื่อคำนี้ไม่มีความหมายกับเราแล้ว และก็เป็นคำที่คนอื่นเอาไปปรุงแต่งและสร้างมาไว้ด่าผม ก็ไม่รู้ว่าจะไปต้านทานกับสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญนี้เพื่ออะไร ดังนั้น เราจะมานั่งเจ็บปวดกับคำพูดที่เราไม่ได้พูดออกไปทำไม

 

เท… การมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น

     การล้อเลียนเรื่อง ‘หมด Passion’ ผมจำได้หมดเลยว่าเพจไหนเอาไปเล่นบ้าง ผมไม่เคยรู้สึกตลกด้วยเลยนะ ที่เขาเอาคำนี้มาขยี้ เอามาใช้เป็นแคมเปญส่งเสริมการขายให้ตัวเอง เช่น วันนี้ไม่ต้องหมด Passion นะครับ มาสั่งน้ำเสาวรสกันเลย หรือ มาดูหนังกับเราสิ ไม่มีหมด Passion แน่นอน หรือสั่งนั่นสั่งนี่แบบไม่ต้องหมด Passion

     ตอนนั้นผมรู้สึกเลยว่า What The F**k คุณเอาสิ่งที่คนกำลังโดนด่ามาเล่นเพื่อส่งเสริมแบรนดิ้งของตัวเองให้สนุก และเพิ่มยอดคนดูแบบนี้เหรอ โดยคุณลืมไปหรือเปล่าว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้คือการมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ส้นตีนมากๆ แต่ก็เลือกจะทำ เพราะรู้ว่ากระแสกำลังมาแล้วเกาะไปกับมันได้

     ส่วนผมจะทำอะไรได้ เต็มที่คุณก็ลบแล้วลงข้อความขอโทษ แต่ความรู้สึกแย่ที่เกิดขึ้นกับผมล่ะ ผมก็ต้องไม่สนใจเพราะทำอะไรไม่ได้ มีคนเข้ามาด่า พอผมกดบล็อกก็เอาอีกแอ็กเคาต์มาด่าใหม่ ‘มึงแม่งกระจอกมาบล็อกกู’ อ้าว แล้วยังไงล่ะ จะให้ผมชวนคุณกินข้าวหรือไง (หัวเราะ) คุณด่าผมนั่นหมายความว่าคุณไม่ชอบผม ก็ไม่ต้องติดตามกันสิ เพราะผมเองก็ไม่ได้อยากดูชีวิตคุณเหมือนกัน

 

เท… เรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเอง

     คนจะคบหรือจะเลิกกันก็เป็นเรื่องของคนสองคน แต่ก็เข้าใจว่าที่เป็นกระแสเพราะผมเป็นคนที่สังคมจับตามอง ต่อให้ผมแต่งงานมีครอบครัวแต่ถ้าคนจะเลิกกันก็แค่คนเลิกกัน ไม่ได้ไปฆ่าใครตาย ทุกวันนี้เราต่างก็มีความรู้สึกในฐานะเพื่อนที่ดีให้กัน เห็นไหมว่าเป็นเรื่องของคนสองคน แต่คนอื่นมาทำให้เป็นปัญหาระดับชาติกันเอง ผมเลยไม่รู้ว่าจะไปเครียดทำไม

     ตอนที่เรื่องเกิดขึ้นมาผมเครียดมาก แต่ไม่ได้เครียดเรื่องที่ตัวเองเลิกกับแฟน แต่เครียดเพราะสงสัยว่าทำไมทุกคนต้องเดือดร้อนกับเรื่องของกู ทำไมคนอื่นต้องเดือดร้อนเพราะเราเลิกกับแฟน บางคนก็ตัดสินเราทันทีว่า ‘ไอ้โอ๊ต มึงมันเหี้ยไง โถ่ ไอ้อ้วน มึงมันเจ้าชู้ ทำมาหมด Passion’ แต่ผมก็เชื่อว่าพอเรื่องราวผ่านไปสัก 5 ปี 6 หรือ 10 ปี คนเหล่านั้นถ้าเขาโตขึ้นแล้วมีวิจารณญาณมากขึ้น เขาอาจจะหลุดออกจากวังวนแห่งความเกลียดชังได้ และเขาจะรู้เองว่านี่เป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนก็จะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทุกอย่างเป็นเรื่องของอนิจจัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป

 

โอ๊ต ปราโมทย์

 

เท… ความทุกข์แต่ไม่เทความรัก

     การบูลลี่ใส่กันคือเรื่องที่ต้องเทให้ได้ เพราะถ้าเทไม่ได้คุณจะทุกข์มาก ผมเคยทุกข์จากเรื่องนี้มาแล้ว ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เปิดโซเชียลฯ ขึ้นมาเจอคำด่าเป็นหมื่นๆ คอมเมนต์ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งสามสี่วัน แต่เป็นสิ่งที่เขาด่าเราเป็นแสนๆ คอมเมนต์ จนผมคิดว่าถ้ากูไปฆ่าคนตายเนี่ย แล้วกูจะทำยังไงวะ (หัวเราะ) เราอยู่ในสังคมที่ทุกคนด่ากันได้โดยไม่ต้องมาเกรงใจกันแล้ว เรื่องนี้ควรจะเท

     ส่วนเรื่องไม่ควรเทคือ ความใส่ใจต่อคนรอบข้าง พอเราอยู่ตรงนี้ เราโดนโจมตีจากทั้งที่ไกลและที่ใกล้ พอเรานิ่งแล้วหยุด หันไปใส่ใจกับคนรอบข้าง หันไปเจอเพื่อนที่น่ารัก หันไปเจอครอบครัว หันไปเจอพ่อแม่ หันไปเจอแฟนคลับ หันไปเจอแฟนเพลงที่ติดตามผลงานของเรา คนเหล่านี้เทไม่ได้ เพราะพวกเขาเป็นพลังที่ทำให้ชีวิตของผมดำรงอยู่ต่อไป เวลาเรามีปัญหาเราจะรู้เลยว่าใครรักเรา ดังนั้น อย่ามองข้ามเขา อย่าคิดแค่ว่าพอถึงวันที่เราดีขึ้นแล้ว เราก็ช่างเขาดีกว่า ช่างมันดีกว่า

 

เท… ความเกลียดชังจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก

     ผมเชื่อว่าความเกลียดชังที่เจอในโซเชียลเน็ตเวิร์กในอนาคตจะรุนแรงกว่านี้ เพราะการบูลลี่ใส่กันจะถมลงไปในโซเชียลเน็ตเวิร์กเรื่อยๆ ความเกลียดชังจะค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น คนจะมองว่าอินเทอร์เน็ตคือเครื่องมือสำหรับใช้ด่าทอกัน โดยไม่ต้องคำนึงเลยว่าคนคนนั้นเป็นใคร แล้วตัวคุณเองจริงๆ มีหน้าที่อะไร สิ่งดีๆ ในชีวิตนี้เคยทำบ้างไหม ส่วนคนที่โดนด่าต่อให้เขาทำสิ่งดีมาเป็นพันครั้ง พอทำพลาดครั้งเดียวก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลวไปจนวันตาย เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาแน่นอน

     ดังนั้น เราต้องรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของคนเหล่านั้น เขาเกลียดเราก็เป็นปัญหาของเขา ถ้าเราเกลียดตัวเองอันนี้ถึงเป็นปัญหาของเรา เราเองก็อย่าไปเกลียดใคร เพราะไม่อย่างนั้นการเกลียดชังจะกลายเป็นความทุกข์ที่ติดตัวเราเองไปจนตาย ถ้าเราไม่เกลียด ไม่สนใจกับเรื่องนี้ ก็จะนอนหลับได้สนิท และทำงานที่รักได้อย่างมีความสุข

 

เท… คนเแย่ๆ ออกไปจากพื้นที่ของเรา

     การบูลลี่กันอย่างรุนแรงไม่ได้เป็นแค่ที่ประเทศไทย เมืองนอกเขาก็เป็น แต่ที่ต่างประเทศเขาเอาจริง เขาฟ้องร้องกันจริงจัง แต่ผมถามเลยว่าฟ้องแล้วได้อะไร จะให้ผมไปตามฟ้องเพจที่เอารูปผมไปแปะด่าคนนั้นคนนี้ ผมจะไปทำแบบนั้นเพื่ออะไร ในเมื่อคนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีธุระหรือมีความสำคัญกับชีวิตผม หรือต่อให้ผมไปเจอหน้าคนทำเพจ แล้วถามว่า ‘พี่เกลียดอะไรผมวะ’ จนเราคุยกันจนเข้าใจจบแล้ว แต่ผมจะทำไปทำไมในเมื่อคนคนนั้น เขาจะได้เจอผมแค่ครั้งเดียวเพราะเขาไม่ใช่เพื่อนผม ทุกวันนี้คนรอบตัวทั้งเพื่อน แฟนคลับ คนร่วมงาน ลูกน้อง พ่อแม่ พวกเขารักผมฉิบหายเลย แล้วผมจะเอาเวลาเหล่านี้ไปเสียให้กับคนแบบนั้นทำไม เรามีความสุขอยู่ในพื้นที่ของเราดีกว่า

 

โอ๊ต ปราโมทย์

 

เท… โลกสมมติแล้วอยู่กับโลกความเป็นจริง

     โซเชียลเน็ตเวิร์กคือโลกสมมติใบหนึ่งที่ทุกคนคิดว่าเป็นโลกจริง แล้วเข้าไปรวมตัวกันรุมด่าทอกันและกัน หรือฉันจะเป็นอะไรก็ได้ ฉันจะมีความรู้อะไรก็ได้ ฉันจะเป็นนักสืบ ฉันจะโยงทุกอย่างนั่นนี่ จนตอนนี้ผมรู้สึกว่าโลกสมมตินี้แม่งน่ากลัวมาก ให้เอาหลักธรรมมาช่วยทำให้จิตใจของคนดีขึ้นก็เอาไม่อยู่ โลกใบนี้ต้องการสามัญสำนึกของคนอย่างเดียว เพราะทุกคนคือมนุษย์ มนุษย์มีความเป็นสัตว์อยู่ในเลือดของเรา ความสัตว์นี่แหละที่ทำให้คนมีความเทา มีความเกลียดชัง

     ผมเองก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร เคยเกลียดคนอื่น เกลียดคนนั้นคนนี้ ไม่อยากเจอ แต่พอโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ผมถึงรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี อย่าทำเลย เพราะเมื่อมีความเกลียดชัง เราจะชวนคนอื่นให้เกลียดคนนั้นไปด้วย เหมือนคอมเมนต์ในโซเชียลฯที่คุ ณเกลียดชังใครแล้วเข้าไปพิมพ์ด่าเขา ก็จะมีคนมากดไลก์คอมเมนต์ของคุณ การเกลียดชังไม่ใช่การขายตรง มีคนตามคุณเยอะๆ แล้วจะได้มงกุฎทอง มงกุฎเพชร หรือคุณจะรวยมีรถเฟอร์รารีขับเหมือนคนที่เขาคอยหลอกคุณ​ (หัวเราะ) ช่วยทำความเข้าใจใหม่หน่อย ช่วยอยู่ในโลกของชีวิตจริงๆ กันหน่อย

 

เท… เรื่องที่ทำให้สุขภาพจิตเสีย

     คอมเมนต์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก การบูลลี่ใส่กัน การเหยียด ทั้งหมดนี้คือเรื่องเดียวกัน มีทั้งเรื่องที่เทได้และเทไม่ได้ ถึงอาจบอกว่าเทได้ แต่ผลของมันก็ทำร้ายเราอย่างหนักหน่วงอยู่ดี อย่างเรื่องของการเหยียดกัน ที่เขาเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วบอกว่าคนหน้าตาไม่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่ดีเสมอไป แต่ผมรูปร่างก็เหี้ย หน้าตายังเหี้ยอีก สงสารคนหน้าตาดีที่ถูกจับมายืนคู่กับเรา นี่มันเป็นการเหยียดเชิงซ้อนชัดๆ ใช้บุคลิกของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับเราแล้วกดเราให้ลงต่ำไปอีก เป็นเรื่องที่ไม่แฟร์มากๆ คนที่ยืนอยู่ในรูปเดียวกับเราเขาก็ไม่ได้มีจิตใจในการที่จะเหยียดคนอื่น แต่ก็ถูกลากมาใช้เป็นเครื่องมือให้คนอื่นใช้เหยียดผม เป็นอะไรที่เลวมากๆ

     แล้วลองคิดไปถึงเรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้นกับน้องๆ BNK48 สิ ไม่ใช่แค่น้องไข่มุกคนเดียวหรอก ที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนโดนหมด ทุกคนจิตตกหมด ขนาดตัวผมเองโดนยังไม่โอเคเลย แล้วน้องๆ จะรู้สึกอย่างไร ผมบอกจ็อบซังเสมอว่าน้องๆ BNK48 ควรมีจิตแพทย์ที่คอยให้คำปรึกษาประกบตัวเลย

     เพราะสิ่งที่พวกน้องเจอไม่ใช่แค่เรื่องของการถูกบูลลี่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่มีทั้งเรื่องการแข่งขันกันเองภายในวง การเลือกเซมบัตสึ การเลือกคนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์งานต่างๆ การซ้อมที่หนักหน่วง แล้วต้องแบ่งเวลาให้กับการเรียนด้วย สิ่งเหล่านี้หนักหน่วงเกินไปสำหรับเด็กบางคนที่จะแบกรับความรู้สึกนี้ไหว ต้องมีจิตแพทย์คอยให้คำปรึกษาให้เขาได้ระบายความทุกข์ที่อยู่ในใจออกมา การเอาจิตแพทย์เข้าไปเฝ้าดู ไม่ได้หมายความว่าน้องๆ เป็นคนบ้า แต่จิตแพทย์เป็นเครื่องมือเยียวยาได้ดีที่สุด เขาจะเป็นคนให้คำปรึกษาน้องๆ ได้ดีที่สุดในทุกๆ เรื่อง เพราะเราไปพูดให้คนในโซเชียลเน็ตเวิร์กหยุดบูลลี่คุณไข่มุกหรือใครๆ ไม่ได้หรอก

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง