โอ้กะจู๋ | ร้านอาหารออร์แกนิกจากเชียงใหม่ที่ชนะใจคนทั่วกรุงเทพฯ

The Lesson
7 Mar 2018
เรื่องโดย:

พัทธมน วงษ์รัตนะ, รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล, ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

วินาทีนี้ต้องยอมรับเลยว่า ‘โอ้กะจู๋’ คือร้านอาหารออร์แกนิกที่มาแรงสุดๆ เพราะเดินผ่านกี่ครั้งก็คนเต็มร้านจนต้องรอคิวกันนานสองนาน ความสำเร็จที่มัดใจคนได้แบบนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจาก ‘อู๋’ – ชลากร เอกชัยพัฒนกุล หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ที่เล่าว่ากว่าจะยืนหยัดในเส้นทางธุรกิจร้านอาหารปลอดสารพิษน่ารักๆ แบบนี้ได้ พวกเขาต้องทุ่มเท และพยายามทำทุกอย่างให้คนกรุงเทพฯ ได้ชิมผักสดๆ วัตถุดิบดีๆ เหมือนนั่งกินที่ฟาร์มในจังหวัดเชียงใหม่กันเลย

 

โอ้กะจู๋

 

 “

เราตั้งใจมาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ เพราะคิดว่าวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ค่อนข้างเร่งรีบ อาจไม่ได้เน้นเรื่องอาหารการกินหรือสุขภาพเท่าที่ควร

 

WHEN IT ALL BEGAN

     ผมกับโจ้ (จิรายุทธ ภูวพูนผล) เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว พื้นฐานบ้านผมกับโจ้ก็ทำการเกษตรอยู่แล้ว ผมทำพวกผลไม้ดอง ส่วนโจ้จะปลูกหอม ลำไย ตอนไปทริปแนะแนวที่คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เราก็เคยคุยกันเล่นๆ ว่า อีกหน่อยเราหาอะไรทำเกี่ยวกับการเกษตรกันดีกว่า หลังจากโจ้เรียนจบจากคณะเกษตรได้หนึ่งปี เราก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเริ่มทำฟาร์มอย่างจริงจัง ก็เลยเริ่มปลูกผักออร์แกนิกกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 และเปิดร้านสาขาแรก 2 ปีหลังจากนั้น

 

ORGANIC HEART

     ช่วงแรกที่กำลังจะเริ่มปลูก ผมกับโจ้คุยกันว่าเราจะปลูกแบบไหนดีระหว่างออร์แกนิกกับไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งพ่อผมแนะนำว่าควรปลูกเป็นออร์แกนิกดีกว่าเพราะไฮโดรโปนิกส์มีคนปลูกอยู่แล้ว เราควรฉีกแนวหาสิ่งที่ดีกว่า ตอนนั้นเริ่มปลูกจากผักพื้นบ้านทั่วไปก่อน เช่น ถั่วพู มะเขือเทศ แตงกวา พอปลูกได้ระยะหนึ่งเราก็เริ่มรู้แล้วว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ปีแรกเจอน้ำท่วมแปลงผัก ปีที่สองเจอลมพัดโรงเรือนพัง เราก็ค่อยๆ แก้ไขปรับปรุงกันมาเรื่อยๆ

 

โอ้กะจู๋

 

FROM FARM TO TABLE

     ตอนเริ่มเปิดร้านที่เชียงใหม่ ร้านของเราเป็นร้านเล็กๆ ที่รองรับลูกค้าแค่ประมาณ 10 กว่าที่นั่ง ขณะนั้นกระแสออร์แกนิกยังไม่ได้รับความนิยมเท่าปัจจุบัน แต่เราก็ไม่ได้มุ่งหวังเรื่องการค้าเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะตั้งใจทำเพื่อส่งมอบสิ่งดีๆ ให้คนในครอบครัวมากกว่า ซึ่งจะสอดคล้องกับสโลแกน ‘ปลูกผักเพราะรักแม่’ ตอนนั้นคิดแค่ว่า เราอยากให้แม่มีสุขภาพดี ไม่อยากไปซื้อผักในตลาดเพราะไม่มั่นใจว่ามันจะมียาฆ่าแมลงหรือสารเคมีมากน้อยแค่ไหน งั้นเราทำเองเลยก็แล้วกัน (ยิ้ม)

 

GETTING BIGGER

     หลังจากเปิดร้านที่เชียงใหม่ได้ 2 ปี ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเที่ยวสวนมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพอเขาได้ลองกินผักออร์แกนิกจริงๆ ก็ทำให้เขาประทับใจมากขึ้น เริ่มมีการถ่ายรูป แชร์ให้คนอื่นเห็นในโซเชียลมีเดีย เหมือนเป็นความนิยมที่เพิ่มขึ้นแบบปากต่อปากว่าถ้ามาเชียงใหม่ต้องมาร้านนี้นะ พอประมาณปี พ.ศ. 2557 ก็จะเห็นได้ชัดว่าคนนิยมมามากขึ้น

 

โอ้กะจู๋

 

CHIANGMAI – BANGKOK

     เราตั้งใจมาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ เพราะคิดว่าวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ค่อนข้างเร่งรีบ อาจไม่ได้เน้นเรื่องอาหารการกินหรือสุขภาพเท่าที่ควร จึงอยากแบ่งปันผลผลิตนี้ให้คนเมืองได้ลองด้วย และเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนที่นี่ เราก็มีเมนูที่ทำเป็นแพ็กไว้ ให้ลูกค้าสามารถเปิดตู้แล้วซื้อกลับบ้านไปกินได้เลย ไม่ต้องแวะมากินที่ร้านก็ได้ ส่วนเรื่องทำเลเราเลือกสยามสแควร์เป็นที่แรก เพราะมองว่าเป็นศูนย์รวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นและครอบครัว

 

QUEUE MANAGEMENT

     ตอนที่เราเปิดสาขาสยามสแควร์ ซอย 7 ร้านมีขนาดเล็กมาก รองรับลูกค้าไม่พอ ทำให้โดนคอมเพลนบ่อยๆ เรื่องคิว เรื่องเวลา เราจึงตัดสินใจเปิดสาขา 2 ที่สยามสแควร์วัน แต่ก็ยังเจอปัญหาลูกค้าจองคิวซ้อนกัน จองทั้ง 2 ที่เลย ถ้าที่ไหนได้ก่อนก็ไป กลายเป็นว่าในระบบมีคิวเป็นร้อยคิว จนคนอื่นๆ เขาก็ไม่กล้ารอ จริงๆ ตอนนี้ก็ยังเป็นปัญหาที่กังวลใจมาก และพยายามหาทางแก้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทำเป็นแพ็กให้ลูกค้าไปรับประทานที่บ้าน หรือในอนาคตก็อาจมีบริการส่งถึงบ้าน

 

โอ้กะจู๋

 

QUALITY COMES FIRST

     เมื่อร้านขยายสาขามากขึ้น ก็ต้องมีการจัดการฟาร์มและวัตถุดิบที่ดีขึ้นด้วย อย่างตอนนี้เรามีสวนผักทั้งหมด 4 ที่ ที่เชียงใหม่ 3 ที่ และที่ปทุมธานีอีก 1 ที่ โดยรวมแล้วประมาณ 50-70 ไร่ ผักบางอย่างที่เราไม่สามารถปลูกได้เอง เช่น มะเขือเทศ แครอต ก็จะมี Contact Farmers อยู่ที่เชียงใหม่ เป็นเกษตรกรที่เราเข้าไปช่วยเหลือให้เขาเข้าใจวิธีการปลูกแบบออร์แกนิกมากขึ้น แต่ไม่ได้ให้เขาปลูกให้เราทั้งหมด เพราะทำแบบนั้นเขาจะขึ้นอยู่กับเราคนเดียว จึงแบ่งสัดส่วนให้เขาปลูกของเราแค่ 30% เท่านั้น

 

GOALS FOR THE FUTURE

     เราคิดว่าในช่วง 5 ปีนี้ต้องมีสาขาใหม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเป็น 50-100 สาขาขนาดนั้น เพราะจะขยายได้แค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับกำลังของเราด้วย อีกอย่างผักออร์แกนิกมีต้นทุนค่อนข้างสูง ดูแลยาก และยังมีข้อกำจัดอื่นๆ อยู่ ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของเรามากกว่า ถึงอย่างไรผมก็มองว่าเรายังอายุน้อย มีกำลังอยากจะทำ และครอบครัวก็สนับสนุน ทำให้มีแรงที่จะแบ่งปันสิ่งดีๆ ตรงนี้ต่อไปเรื่อยๆ

 


BUSINESS PROFILE

     โอ้กะจู๋ ร้านอาหารออร์แกนิกจากเชียงใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือของ ‘โจ้’ – จิรายุทธ ภูวพูนผล, ‘อู๋’-ชลากร เอกชัยพัฒนกุล และ ‘ต้อง’ – วรเดช สุชัยบุญศิริ สวนผักโอ้กะจู๋เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 2010 บนพื้นที่เพียง 1 ไร่ ซึ่งในปัจจุบันได้ขยับขยายพื้นที่ปลูกมากกว่า 70 ไร่ ภายใต้แนวคิดธุรกิจที่คำนึงถึงผืนดิน ผลิตผล ครอบครัว และชุมชน

     ปัจจุบันโอ้กะจู๋มี 4 สาขา ได้แก่ สาขา อ. สันทราย จ. เชียงใหม่, สาขานิมซิตี้เดลี่ จ. เชียงใหม่, สาขาสยามสแควร์ซอย 7, สาขาสยามสแควร์วัน และกำลังจะเปิดสาขาต่อไปที่ The Circle ราชพฤกษ์ ช่วงหลังสงกรานต์นี้
 
สอบถามข้อมูล แล้วไปลองชิมกันได้ที่ www.ohkajhuorganic.com และ www.facebook.com/ohkajhu

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พัทธมน วงษ์รัตนะ

ผู้หญิงสายชิลที่พาตัวเองมาทรมานในประเทศเจ้าระเบียบอย่างเยอรมนี

เรื่องโดย

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ