‘SIN’ – ทศพร อาชวานันทกุล | จะก้าวต่อไปหรือจมอยู่กับที่แค่ ‘ฟัง’ เสียงหัวใจแล้ว ‘ฮึบ’ ขึ้นมาให้ได้

The Lesson
13 Jun 2019
เรื่องโดย:

กรแก้ว บัวสระแก้ว, ทรรศน หาญเรืองเกียรติ, ธนดิษ ศรียานงค์

ตลอดระยะเวลา 9 ปีบนเส้นทางสายดนตรีของ ‘SIN’ – ทศพร อาชวานันทกุล ศิลปินเสียงสวยที่ตอนนี้เข้ามาอยู่ในครอบครัวค่าย White Music โดยที่ผ่านมาเรารับรู้ว่าชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งการแจ้งเกิดในวงการเพลงไทย ความทะเยอทะยานที่หดหายจากความผิดหวัง นำไปสู่ความรู้สึกเศร้าโศกที่กัดกินใจ และลุกขึ้นกลับมาเป็นคนที่สดใสได้อีกครั้ง เรามองเห็นความรู้สึกเหล่านี้ซ่อนอยู่ในเพลงที่ร้อยเรียงไปตามแต่ละก้าวของชีวิต

     จริงหรือไม่ที่ตราบใดเราไม่แข็งขืนฝืนต้านแล้วอ้าแขนโอบรับแรงปะทะของมรสุมชีวิตด้วยหัวใจที่ประสานเข้ากับความเชื่อมั่นที่หนักแน่นในความรัก เราจะยืนหยัดลุกขึ้นมา ‘เดิน’ และเติบโตอย่างเข้มแข็งได้ ซึ่งคนที่ตอบข้อสงสัยเราได้ก็คือเจ้าของบทเพลงกว่า 40 เพลงคนนี้ ที่เขาเลือกจะก้าวข้ามทุกความสูงต่ำของชีวิตให้ดังกังวานต่อไป

 

ทศพร อาชวานันทกุล

 

เลือก… จะให้อิสระกับตัวเอง

     “งานเพลงของเราส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานตามใจตัวเองในเวลานั้นๆ ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงเพลงล่าสุดอย่าง ฟัง หรือ Fake ก็มาจากความรู้สึกว่าเราชอบทำอะไร เราอยากจะพูดเรื่องอะไร สื่อสารเรื่องอะไร ก็ยังคงตามใจฉันเหมือนเดิม และตอนนี้อาจจะเป็นช่วงที่เราไม่ได้รู้สึกว่าอยากทำเพลงเศร้า แต่อยากท้าทายตัวเองในแง่เนื้อหาของเพลงมากกว่า ว่ามีอะไรที่เราไม่เคยเขียนบ้าง มีมุมอะไรที่น่าสนใจที่ทำให้เราพิสูจน์ตัวเองได้ในแง่ของการเขียนเพลง ว่าถ้าเป็นหัวข้อนี้จะเขียนออกมาอย่างไรให้เป็นตัวเราได้”

 

เลือก… วิธีการทำงาน

     “ในเพลง Fake เราลองเปลี่ยนการทำงานใหม่ จากตอนแรกที่ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา แต่เพลงนี้ลองให้คนอื่นขึ้นดนตรีให้ก่อนคือ แทน ลิปตา (ธารณ ลิปตพัลลภ) ครั้งแรกที่แทนส่งดนตรีมาให้เราฟัง คำว่า Fake ก็เด้งขึ้นมาในหัว เราจึงเริ่มเขียนเนื้อเพลงจากคำคำนี้ ซึ่งเป็นวิธีการทำงานที่แปลกใหม่ ได้ลองอะไรใหม่ๆ จากเดิมที่เราจะคิดเพลง คิดดนตรี คิดทุกอย่างขึ้นมาเอง พอมาลองวิธีนี้ก็พบว่าสนุกดีเหมือนกัน โดยเฉพาะเนื้อเพลงที่จะมีคำบางคำที่คนไม่นึกว่าจะได้ยินเราร้องออกมา ก็แปลกดีเหมือนกัน

 

เลือก… มองโลกในความเป็นจริง

     “เหตุผลที่เราใช้เวลาเขียนเพลง Fake ถึงเก้าเดือน เพราะพยายามหาจุดที่ลงตัวที่สุดในการเล่าเรื่องของคำคำนี้ ว่าจริงๆ แล้ว Fake คืออะไร แล้วเราควรจะจัดการอย่างไร เราจึงได้คอนเซ็ปต์ของเพลงนี้ว่า ‘คนที่มัน Fake ก็ไม่มีค่าพอจะให้ใครใส่ใจ ถ้าเจอก็โบกมือ’ พอคิดได้แบบนี้ ถ้าเราซวยจนไปเจอกับความรักที่ Fake เข้า เราว่าตัวเองรับมือได้สบายเลย คงเอาสิ่งที่เจอมาเขียนเพลงได้อีก 2 อัลบั้มด้วยซ้ำ (หัวเราะ) จากความเศร้ากลายเป็นความดีใจที่ได้เจอประสบการณ์ที่ทำให้ตัวเองสามารถนำมาทำเพลงได้ ซึ่งถ้าคิดได้แบบนี้ก็มีแต่ผลดีกับทุกคน”

 

 

เลือก… ทุ่มเทให้แก่การทำงาน

     “การทำงานเพลงทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีอะไรที่สามารถไปได้เรื่อยๆ และความเปลี่ยนแปลงในชีวิตหลักๆ ของเราอยู่ในการทำเพลงด้วย ตั้งแต่การย้ายค่ายจนมาอยู่กับ White Music การทัวร์คอนเสิร์ต ก็ทำให้เราเจอสถานที่หรือสถานการณ์ที่ตัวเองไม่เคยเจอมาก่อน การเดินทางไม่ได้มีความหมายกับเราแค่เรื่องของการไปเที่ยว แต่กลายเป็นเป้าหมายบางอย่างของตัวเอง เพราะในแต่ละจังหวัดที่เราได้ไป บางครั้งก็พบกับเรื่องน่าประทับใจเยอะมาก บางที่ที่ได้ไปเยือนก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะสวยขนาดนี้”

 

เลือก… เรียนรู้

     “ผลจากการได้เดินทางทำให้รู้ว่าโลกใบนี้มีคนหลากหลายแบบมากจริงๆ แรกๆ เราก็จินตนาการว่าคนก็มีแบบนั้นแบบนี้แค่นั้น แต่ในความเป็นจริงมนุษย์มีรูปแบบมากกว่านั้น มีความแตกต่างทั้งความคิดและอะไรอีกมากมาย”

 

เลือก… จะลืม

     “การ ‘ลืม’ เราว่าบางทีก็เป็นเรื่องดีนะ เพราะงานด้านครีเอทีฟหรืองานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นตัวเรามากที่สุด เวลาทำเพลงเราเลยไม่อยากเค้นอะไรในหัวออกมา เพราะต่อให้เค้นจนได้จริงๆ เราก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่ แล้วก็ต้องกลับมาแก้ไขใหม่อยู่ดี งานที่ออกมาจากเราเองจะมีความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่ายังไม่ใช่ แล้วเราจะปล่อยงานนี้ออกไปจริงๆ เหรอ เราเลยใช้วิธีลืมเรื่องงานไปบ้าง มีเวลาช่วงหนึ่งที่ไม่ไปนึกถึงมันเลย แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ ซึ่งเราก็ไม่ได้ตั้งเป้าว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ค่อยกลับทำใหม่ แต่จะปล่อยลืมๆ ไป จนมีบางจังหวะที่นั่งอยู่เฉยๆ ไอเดียก็เกิดขึ้นมาเอง”

 

ทศพร อาชวานันทกุล

 

เลือก… ที่จะโทษตัวเอง

     “เป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้วที่ทุกคนจะมีความรู้สึกเซ็ง เบื่อหน่าย ท้อแท้ เมื่อตัวเองเจอกับเรื่องราวไม่ดี หรือเจอกับเรื่องที่ทำให้เราต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์อีกแล้ว แต่ถามตรงๆ ว่าจะทำอย่างไรได้ล่ะ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นก็มาจากเราเอง จะไปโทษใครได้ ต้องโทษตัวเองเท่านั้น เราว่าเป็นธรรมดามันต้องมีอยู่แล้ว ต้องไปเริ่มจากศูนย์อีกแล้ว แต่มันก็ทำไงได้อะ ทำเอง โทษใครไม่ได้ อันนี้ต้องโทษตัวเอง”

 

เลือก… ที่จะเศร้า

     “เศร้าหรือไม่เศร้าอยู่ที่เราเลือกว่าจะรู้สึกแบบไหน และเลือกที่จะทำอย่างไรด้วย คนเราถ้าถึงเวลาที่เจอกับอาการอกหักเป็นใครก็เศร้าทั้งนั้นแหละ แต่ความผิดหวังก็เป็นทางเลือกของชีวิตด้วยเช่นกัน เราเลือกได้ว่าจะปล่อยให้ตัวเองเศร้าแบบไหน ความเศร้าไม่ใช่เป็นเพราะเรารู้สึกเสียใจทั้งหมดหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในบางครั้งเรารู้สึกอะไรบางอย่างกับคนนั้นจริงๆ แล้วในใจลึกๆ ของเรานั้นหายเศร้าไปนานแล้ว แต่เราก็ยังรู้สึกอยากได้ความเศร้าอยู่ ซึ่งเรียกว่าการเสพติดความเศร้าก็ได้”

 

เลือก… ที่จะเลิกเศร้า

     “อารมณ์ที่อ่อนไหวเราว่าเป็นช่วงหนึ่งของชีวิต และเป็นช่วงหนึ่งของวัยด้วย ถ้าเป็นตอนนี้แล้วเราอกหักขึ้นมา เชื่อว่าวันนี้เราจะไม่เศร้าเท่ากับตอนอายุ 16-17 ปี เพราะตอนนั้นตัวเองไร้เดียงสาเหลือเกิน แต่อาจจะมีส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ากำลังอยู่ในสภาวะอกหัก บางทีการที่คนเราเลิกเศร้าได้อาจจะมาจากความจำเป็นของชีวิตด้วยเหมือนกัน เพราะเราต้องออกไปทำมาหากิน (หัวเราะ)”

 

ทศพร อาชวานันทกุล

 

เลือก… ที่จะออกแรงฮึด

     “วิธีคิดเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้เราก้าวต่อไป ถ้าคุณตัดสินใจแค่ฮึบเดียวแล้วลุกขึ้นเดินเลยก็จบ ชีวิตก็จะก้าวต่อได้ในวันนั้นเลย แต่ถ้ามัวทำตัวให้เชื่องช้า อยู่กับภาพสโลว์โมชันในหัว มองหน้าต่างก็เห็นแต่เม็ดฝนโปรยปราย กว่าจะลุกขึ้นได้ก็ใช้เวลานาน”

 

เลือก… มองมุมต่าง

     “หลายคนบอกว่าเพลง เรื่องจริง ฟังแล้วเศร้ามาก คิดถึงแฟนเก่า คิดถึงคนรักที่จากไป ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มีบางคนเขากลับมองเพลงนี้ไปอีกมุม ซึ่งเกิดขึ้นตอนที่เราไปร้องเพลงในงานงานหนึ่ง แล้วตอนที่เราร้องเพลง เรื่องจริง จบ เจ้าภาพในงานก็เดินมาบอกเราว่าฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงคุณพ่อของเขาที่เพิ่งเสียไป และวันนั้นเขาเพิ่งไปทำบุญครบหนึ่งร้อยวันมา พูดจบเขาก็น้ำตาคลอ เราก็ดีใจนะที่มีคนอินกับเพลงของเรา และรู้สึกดีที่มีใครสักคนที่ฟังเพลงของเราแล้วนึกถึงช่วงเวลาดีดีกับใครบางคน”

 

 

เลือก… ความรักที่ดี

     “เราเชื่อว่าความรักไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของการรักใครสักคนแบบหนุ่มสาว แต่เป็นความรักความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่านั้น เช่น คนในครอบครัว ถ้าเราไม่คิดว่าความรักต้องเป็นในแง่ของการครองคู่กัน ตอนนี้เราอาจจะเจอรักแท้ของตัวเองแล้วก็ได้ แค่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง อาจจะเป็นเรื่องของงานหรืออะไรที่ทำแล้วเรารู้สึกดีจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้ก็คือความรัก”

 

เลือก… สิ่งสำคัญของชีวิต

     “เราคิดมาตลอดว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งที่เรารักอย่างการทำเพลงเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเราเองได้ ทำอย่างไรให้เรามีความสุข และทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่าเราไม่ใช่นักร้องที่มีงานโชว์ต่อเดือนมากมายเป็นสิบๆ งาน ซึ่งก็อาจจะเพราะตัวเพลงหรืออะไรก็ตาม แต่เราก็ไม่เคยคิดจะยอมแพ้แล้วเลิกทำเพลง แต่ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีอะไรอยากสื่อออกมาเป็นเพลงอีกต่อไปแล้ว เมื่อวันนั้นมาถึงก็คงต้องบ๊ายบายกันไป เพียงแต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้”

 

เลือก… ที่จะเดินต่อ

     “การจากลาเป็นเรื่องเศร้า แต่ในความเศร้านั้นเมื่อเราโตขึ้นเราจะรู้ทันมันมากขึ้น และรู้ว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตก็เท่านี้ ต้องเดินต่อไป เดี๋ยวก็ต้องเจอเรื่องเศร้า เดี๋ยวก็หายเศร้า และเดี๋ยวก็กลับมาเศร้าใหม่ ก็มองโลกตามความเป็นจริง เพราะว่าโลกใบนี้มันไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ที่สุด ไม่ได้เป็นสีดำสุด และก็ไม่ได้เป็นสีขาวสุด เราก็อยู่มันตรงกลางนี่แหละ อยู่แบบสีเทาๆ กันไป”

 

ทศพร อาชวานันทกุล

 

เลือก… คำตอบให้ตัวเอง

     “เราเป็นคนวางไกด์ไลน์ให้ชีวิตแบบคร่าวๆ โดยไม่คาดหวังว่าทุกอย่างจะต้องได้แบบนั้นเป๊ะๆ 100% เพราะชีวิตมีหลายปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ดูอย่างการทำเพลงก็ได้ ตอนนี้ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้เลยว่าเพลงที่ปล่อยออกมาจะมีคนฟังมากหรือน้อย แล้วคนจะชอบมากกว่าเพลงก่อนหน้าไหม ดังนั้น เราจึงต้องมองไปในสิ่งที่ตัวเองทำและควบคุมได้

     การมีแผนสองสำหรับเราไม่ใช่การเพลย์เซฟตัวเอง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเลือกทำแผนหนึ่งก่อน การมีแผนที่สองหรือสามสำหรับเราน่าจะมีไว้เพื่อให้ชีวิตนั้น move on ไปได้ สมมติว่าแผนที่หนึ่งใช้ไม่ได้ เราก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อ ถ้าไม่มีคำตอบชีวิตก็จะ move on ไปไม่ได้ ดังนั้น ชีวิตควรมีแผนสำรองไว้”

 

เลือก… จะออกไปทำอะไรใหม่ๆ

     “ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่าชอบและอยากออกไปทำสิ่งใหม่ๆ ที่มองไว้แค่ไหน ถ้าอยากทำมาก ชอบมาก แต่ยังไม่กล้าออกไปทำสักที ก็แนะนำว่าให้ฮึดขึ้นมาแล้วออกไปทำเลย แต่ถ้าตอบตัวเองว่าสิ่งนั้นยังไม่ได้อยากทำขนาดนั้น อาจจะขอรอดูจังหวะอีกหน่อย แบบนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่สุดท้ายเชื่อว่าถ้าใจเราอยากทำจนถึงที่สุดแล้ว ยังไงก็จะได้ออกไปทำสิ่งที่ตัวเองต้องการสักวันแน่นอน”

 

ทศพร อาชวานันทกุล

 

WHITE HAUS #3 : TIME TRAVELLER CONCERT

     เพิ่มความสนิทกับ SIN และสมาชิกบ้าน WHITE HAUS กับคอมมูนิตี้คอนเสิร์ตที่อัดแน่นด้วยความสนุก ด้วยการให้คุณร่วมเดินทางไปสัมผัสทุกช่วงความสุข ไม่ว่ายุคไหน เวลาไหน โดยมีลูกบ้านคนอื่นๆ อย่าง เป๊ก ผลิตโชค / อะตอม ชนกันต์ / ป๊อป ปองกูล / โอ๊ต ปราโมทย์ / Getsunova / ลุลา / เบล สุพล / โอปอ ประพุทธ์ / Muzu / Jetset’er / แพรว คณิตกุล / ญาณิน / เหวยเหวย / เดือน / มิ้นท์ และ Meyou มาสนุกไปด้วยกันครั้งนี้

     งานจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 และวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน เปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 29 มิถุนายน 2562​ ที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com (บัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท) รายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก Idea Fact และ White Music

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กรแก้ว บัวสระแก้ว

คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ - adB JUNIOR

เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง