บทเรียนชีวิตและสิ่งที่ค้นพบตลอดการเดินทาง 11 ปี สู่นิทรรศการเพื่อทุกสรรพสิ่งบนโลก

The Lesson
20 May 2019
เรื่องโดย:

ตนุภัทร โลหะพงศธร

จากเรื่องราวและภาพถ่ายนับหมื่นนับพันที่ ‘สิงห์’ – วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ค้นพบจากการออกเดินทางทั่วโลกร่วม 71 ประเทศตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา ถูกคัดเลือกและกลั่นกรองจากผลึกแห่งความคิดและประสบการณ์จนเกิดเป็น 55 ผลงานภาพถ่ายพร้อมเรื่องเล่าเบื้องหลังที่จะสะท้อนให้เห็นบทเรียนของชีวิตและทุกสรรพสิ่งบนดาวเคราะห์ที่เราเรียกว่าโลกใน ‘Serenity In Chaos: War / Human / Nature / Civilization’ หรือ ‘จลาจลอันงดงาม’ นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเขา

     บางภาพอาจสวยงามเมื่อแรกเห็น แต่อาจบาดลึกในความรู้สึกเมื่อได้รู้เนื้อหาที่ถูกบอกเล่าผ่านคำบรรยาย และบางภาพอาจกลับกลายเป็นอดีตที่ไม่มีวันหวนคืนอีกเลย แต่เชื่อเถอะว่า ทุกๆ ภาพจะให้ความหมายบางอย่างกับชีวิตของทุกสายตาที่ได้เห็นและได้อ่าน อย่างน้อยที่สุดคงเป็นสิ่งเรียกว่าความเข้าใจ และนี่คือเรื่องราวเบื้องหลังของการสร้างสรรค์นิทรรศการครั้งนี้

 

Serenity in Chaos

 

War: สงคราม

     “จริงอยู่ที่เราเห็นปัญหาและความโหดร้ายในพื้นที่สงคราม แต่เราก็จะเห็นสัจธรรมอีกข้อหนึ่งด้วย คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นสุดท้ายชีวิตต้องดำเนินต่อไป แล้วในชีวิตเหล่านั้นก็ยังมีสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้ อย่างในโซมาเลียที่มีสงคราม มีระเบิด แต่ก็ยังมีทีมฟุตบอล ทีมบาสที่เก่ง หรือในค่ายผู้ลี้ภัยชาวซีเรียแม้จะเป็นความทุกข์ยาก ก็ยังมีเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นตามสวนสาธารณะ กลายเป็นว่าเราทั้งรู้สึกหนักอึ้งกับสงครามเพราะมันคือความทุกข์ คือความยากลำบากจริงๆ แต่อีกด้านหนึ่งเราก็รู้สึกว่ามันเบาลง เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ตาม มนุษย์ก็จะหาทางไปต่อได้เสมอ ทำให้เราพยายามนำเสนอชีวิตจริงๆ ของคนที่อยู่ในพื้นที่สงคราม ซึ่งไม่เหมือนกับสิ่งที่สื่อนำเสนอผ่านข่าว เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นภาพชีวิตของการเป็นเหยื่อสงครามหรือผู้ก่อการร้ายมากกว่า แต่ไม่ค่อยมีภาพการใช้ชีวิตที่ดำเนินอยู่ในนั้นด้วย

     “ส่วนสถานการณ์ผู้ลี้ภัยที่เกิดจากสงครามและความขัดแย้งในปัจจุบัน หลายคนไม่รู้ว่ามันแย่กว่าช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วยซ้ำ มีคนทั่วโลกประมาณ 68 ล้านคนที่อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัย แต่ท่ามกลางสงคราม ยังมีชีวิตของคนจริงๆ ที่ต้องดำเนินไปในพื้นที่สงครามเหล่านั้น ประเด็นเกี่ยวกับสงครามจึงเป็นสิ่งที่เราสนใจและให้ความสำคัญมากที่สุด จนเป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการครั้งนี้ และความตั้งใจหลักคือเพื่อระดมทุนให้ผู้ลี้ภัยทั่วโลกร่วมกับ UNHCR ประเทศไทย ภายในนิทรรศการนอกจากจัดแสดงภาพแล้วก็ยังมีส่วนจัดแสดงให้เห็นด้วยว่าเงินที่ทุกคนบริจาคจะกลายเป็นอะไรบ้าง เช่น บ้านพักผู้ลี้ภัย น้ำดื่ม อุปกรณ์รักษาพยาบาล เราพยายามทำให้ทุกคนเห็นภาพที่ชัดเจนที่สุด

     “เราไม่ใช่ผู้นำการเมืองระดับนานาชาติ แม้กระทั่งผู้นำทางการเมืองจริงๆ ก็ยากที่จะหยุดสงครามเหล่านี้เพราะมันซับซ้อน สิ่งที่เราทำได้มากที่สุดในฐานะคนไทยที่อยู่ห่างไกลจากพื้นที่ขัดแย้งพอสมควร คือช่วยเหลือพวกเขาในระยะสั้น ระยะสั้นไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ คนที่นั่นต้องหนีตาย อยู่ดีๆ ต้องขนของออกจากบ้าน ความเป็นความตายขึ้นอยู่ในชั่วโมงนั้น ในระยะเบื้องต้นขอแค่มีการรักษาพยาบาล มีน้ำ มีอาหาร มีเครื่องนุ่งห่ม มีที่ให้พักอาศัย เพราะบางคนออกมาไม่มีอะไรติดตัวเลย มันสำคัญกว่าที่คิดเยอะ

     “ประเทศไทยเราก็มีปัญหาเยอะ แต่พอได้เห็นปัญหาระดับโลก กลับกลายเป็นเรื่องเบาลงไปเลย ทำให้เวลาเราหันมาดูสังคมตัวเองแล้วเราก็ไม่อยากจะนั่งบ่นนั่งด่าอะไรมันเหมือนแต่ก่อน ถามว่าประเทศไทยมีปัญหาเยอะไหม มีเยอะ ถามว่าเราอยากช่วยไหม เรายินดี เราอุทิศตัวเองทำหลายๆ อย่างเพื่อให้สังคมมันดีขึ้น แต่เราไม่ได้มองเป็นวิกฤตการณ์ที่แย่มากเท่ากับปัญหาระดับโลก”

 

Serenity in Chaos
SOMALIA BLUES | Mogadishu, Somalia (June 2018)

     “ภาพชุมชนของคนจรจัดที่มาอาศัยอยู่ตามโขดหินริมชายฝั่งของเมืองโมกาดิชู เมืองหลวงของโซมาเลีย เรียกได้ว่าในประเทศที่มีปัญหาทางการเมืองและสังคมมากมายอยู่แล้ว นี่คือกลุ่มคนที่อยู่ในระดับแทบจะล่างสุดในสังคมนั้นอีก

     “โซมาเลียเป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานสูงมาก ประชาชนเคยต้องอยู่ภายใต้สงครามกลางเมืองโดยไม่มีรัฐบาลเป็นเวลายี่สิบปี ทำให้ระบบเศรษฐกิจของที่นี่อยู่ในสภาวะวิกฤตมาตลอด ถึงแม้ว่าจะมีทรัพยากรทางการประมงเยอะมาก แต่เนื่องจากไม่มีรัฐบาลคอยดูแลน่านน้ำ ปลาที่ควรจะเป็นรายได้ของชาวประมงในประเทศ ก็ถูกจับไปโดยเรือประมงนานาชาติที่ละเมิดน่านน้ำเข้ามาจับปลาโดยไม่ได้ขออนุญาต (เพราะไม่มีใครให้ขอ) ทำให้ชาวประมงตัวเล็กตัวน้อยจำนวนมากหันไปเป็นโจรสลัดจับเรือเรียกค่าไถ่แทนอาชีพเดิม และกลายเป็นว่ารายได้หลักที่สำคัญของประเทศกลับมาจากเงินของคนโซมาเลียที่หนีไปอยู่นอกประเทศ ส่งกลับมาให้ครอบครัวและญาติของตนเองที่บ้าน และคนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือแบบนี้อีกจำนวนมากก็ต้องมาอาศัยอยู่ตามท้องถนน หรือริมฝั่งน้ำเหมือนกับชุมชนในภาพ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาอดอยากเสียทีเดียว เนื่องจากโซมาเลียมีน่านน้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก คนจรจัดเหล่านี้สามารถตกปลามากินกันเองได้แทบทุกวัน หากมีเหลือบ้างก็เอาไปขายที่ตลาดปลาในเมือง

     “การเดินทางไป War Zone บ่อยๆ ทำให้ผมได้ทึ่งและเข้าใจว่ามนุษย์เราสามารถหาทางมีชีวิตรอดได้ในทุกสภาพจริงๆ”

 

Human: มนุษย์

     “ความเป็นคน ไม่ว่าในพื้นที่ไหนบนโลก ซึ่งไม่ได้ต่างอะไรจากคนไทยเลย อยากหัวเราะ อยากได้รับความรักและความเคารพ อยากมีชีวิตรอด อยากได้รับความปลอดภัย ได้รับการยอมรับนับถือจากคนรอบข้าง อยากเป็นคนดี สิ่งเหล่านี้มีอยู่ทุกสังคม เพียงแค่โจทย์ไม่เหมือนกัน จากการเดินทาง จุดหนึ่งเราจะเข้าใจและอิ่มตัวถึงความเป็นมนุษย์ตรงนี้แล้ว ไม่ว่าเดินทางเพิ่มเท่าไหร่ เราก็ไม่ได้เห็นอะไรเพิ่มจากมิตินั้น เรียกว่าเลยจุดอิ่มตัวที่ได้เรียนรู้เรื่องความเป็นคนมากพอสมควร

     “แต่นิทรรศการนี้เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจในระดับโลก ทำให้เห็นผู้คนที่แตกต่างกัน และเห็นตัวเองอยู่ในนั้นด้วย แล้วเราจะเชื่อมโยงตัวเองไปสู่ความแตกต่างเหล่านั้นได้ เข้าใจผู้คนและเรื่องราวมากมายหลายชีวิตที่เราได้พบตลอดการเดินทาง 10 กว่าปีมานี้ บางคนก็อยู่ในโลกที่แตกต่างจากเรามาก แต่กลับมีส่วนที่ใกล้เคียงหรือเชื่อมโยงกันได้อย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นเผ่ากินคนในปาปัวนิวกินี หญิงสาวสุดแกร่งในเผ่ามาไซ หรือแม้กระทั่งเด็กน้อยในเกาหลีเหนือ เจอใครเราก็เอาเรื่องของเขามาเล่า แม้จะเจอคนมาเยอะ แต่ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ตกผลึกจนหมด ตอนนี้เรากลับมาใช้ชีวิต ต้องรับผิดชอบ ต้องแก่ ต้องเจออะไรที่เป็นชีวิตจริงๆ บางทีสิ่งที่เราเจอก่อนหน้านี้อาจจะมาตกผลึกอีกทีในอนาคตก็ได้ มันไม่หายไปไหนหรอก เราแค่ยังไม่เข้าใจพอ

     “พ่อผมบอกว่า 5 ปีที่เขาอยู่ในป่าสู้กับรัฐบาลสมัยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ และ 14 ตุลาฯ จนตอนนี้เขาอายุจะ 70 ปีแล้ว ยังมีแง่ให้ย้อนคิดและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เลย เพราะมันเป็น 5 ปีแห่งความเข้มข้นของชีวิตและได้เจออะไรหลายอย่าง เมื่อยิ่งเขาโตขึ้นแล้วมองกลับไปก็ยิ่งมีแง่มุมที่สะท้อนชีวิตกลับมา ผมเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าการเดินทางที่ผ่านมาของผมเป็นช่วงชีวิตที่เข้มข้นมาก เป็นการโยนวัตถุดิบเข้าไปในหัว ในใจ ในสมองเยอะมาก ผมเคยคุยกับปรมาจารย์ด้านธรรมะ เช่น พระอาจารย์ นักบวชจากทุกศาสนา ผู้นำทางจิตวิญญาณ เท่าที่จะมีให้คุยได้ทุกแนวคิด เราอาจจะยังไม่เข้าใจในวันที่เราได้ยิน แต่เราไม่เคยลืม ถึงจุดหนึ่งเราจะนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นองค์ประกอบในการใช้ชีวิตเมื่อเราเข้าใจชีวิตกว่านี้ และการจะเข้าใจชีวิตที่ดีกว่านี้ก็ไม่ใช่การออกไปเดินทาง เพราะการเดินทางเป็นการออกจากชีวิตจริง ไม่มีชีวิตของใครจริงๆ ที่เป็นการเดินทาง สุดท้ายทุกคนต้องกลับมาใช้ชีวิตจริง”

 

Serenity in Chaos
AMAZON DEEP | Amazon Jungle, Colombia (July 2017)

 

     “ความลับที่ดึงดูดให้ผมเดินทางเข้าไปยังใจกลางป่าลึกของประเทศโคลอมเบีย คือป่าแอมะซอนในแถบนี้จริงๆ แล้วถูกใช้เป็นที่ซ่อนของแล็บฯ ผลิตโคเคนจำนวนมาก

     “พ่อค้ายาในโคลอมเบียส่งออกโคเคนไปทั่วโลก มีลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยมีฐานการผลิตและใช้วัตถุดิบกับคนงานที่มาจากหลายประเทศในอเมริกาใต้ โดยหลักๆ คือประเทศโบลิเวีย เปรู และโคลอมเบีย พวกเขาจะนำสารเคมีต่างๆ กับต้นโคคาที่ใช้ในการผลิตโคเคน ไปผสมกันในห้องแล็บฯ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างดีกลางป่าลึก เช่น สถานที่ในภาพถ่ายนี้ ซึ่งเป็นแล็บฯ ที่ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว

     “ชายคนนี้ในอดีตเคยทำงานในห้องแล็บฯ แห่งนี้ หน้าที่ของเขาคือเป็น ‘คนพรางทาง’ คอยเอาพวกพุ่มไม้ต้นไม้มาปกปิดร่องรอยเวลามีการขนของและคนเข้าไปในป่า เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารและรัฐบาลตามรอยมาได้ ในวันที่ถ่ายรูป เขาบอกว่าเขาไม่ได้กลับมาที่แห่งนี้นานกว่ายี่สิบปี แต่เขายังจำมันได้ดีเหมือนเพิ่งมาเมื่อวาน ‘ไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องผิดหรอกครับ มันคืองาน และเงินก็ดีด้วย ชาวบ้านแถวนี้ก็ทำงานให้พวกค้ายากันทั้งนั้น แต่พอนานๆ ไป เงินมันดี ชาวบ้านหลายคนก็เลิกเพาะปลูกไปเลย หันมาผลิตยาแทน ทีนี้พอพวกค้ายาย้ายไปผลิตแถบอื่น หลายคนก็ลำบาก กลับมาทำนาทำไร่ก็ไม่เป็นแล้ว เงินที่ได้ตอนนั้นก็ไม่รู้จักเก็บไว้ เอาไปซื้อของ ไปพนันกันหมด ใช้เวลาหลายปีเหมือนกันกว่าจะกลับมาลืมตาอ้าปากกันได้ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วล่ะครับโคเคน ก็จนกันเหมือนเดิม แต่ก็อยู่ๆ กันไป’ เขาเล่าให้ผมฟังด้วยสีหน้าไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ดูเหมือนแค่ยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ก็เท่านั้น”

 

Nature: พิภพ

     “จริงๆ ผมเป็นคนบ้าทะเลทราย ผมไปทะเลทรายหลายที่มาก แต่ผมเลือกมาแค่ 2 ภาพ เพราะไม่อยากให้ภาพซ้ำกัน (หัวเราะ) ภาพอื่นๆ ก็จะเป็นแลนด์สเคปจากทั่วโลก ที่มีทั้งน้ำแข็ง ป่าดงดิบ ภูเขาสูงเหนือเมฆ แต่ตอนกลับไปไล่ดูรูปเหล่านี้เพื่อคัดเลือกมาจัดแสดง อย่างแรกที่รู้สึกคือเราไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่เรารีบกดชัตเตอร์รัวๆ ในวันนั้น ผ่านมาเป็น 10 ปีมันจะมีค่ากับเราในวันนี้ขนาดนี้ เราจึงย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เวลาไปไหนอย่าลืมพกกล้องติดตัวไปด้วย เพราะไม่ทางรู้เลยว่าเราจะได้เก็บภาพอะไรมาบ้าง อย่างที่สองคือรู้สึกว่า โห กว่าจะถ่ายมาได้แต่ละรูป ไม่ง่ายเลย บางที่กว่าจะเข้าถึงได้ยากมากๆ หรือบางทีต้องใช้เวลาเป็นเดือนเพื่อให้ได้ภาพภาพเดียว

     “ในความเป็นช่างภาพเราไม่ได้เก่งเท่าคนอื่นแน่นอน เพราะเรามีแต่ความอยากที่จะได้ภาพเหล่านี้มา คงไม่มีนิทรรศการอื่นที่ดูแล้วจะได้เห็นภาพหายากเยอะเท่านี้ ขนาดตอนเราเห็นด้วยตายังรู้สึกว่าเป็นภาพวิวที่สวยสุดขั้วมาก หลายๆ ที่ที่เห็นแล้วอ้าปากค้างก็มี ตะลึงว่ามันมีที่แบบนี้บนโลกด้วยเหรอ แค่สังเกตรายละเอียดมันก็มีอะไรบางอย่างแล้ว เช่น อารมณ์ของอูฐ เสียงของคลื่นที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก แรงลมที่พัดมากระทบซึ่งไม่เหมือนกับความรู้สึกไหนที่เราเคยสัมผัสมาเลย เรื่องเล่าประกอบแต่ละภาพจึงสำคัญ เพราะถ้าเห็นแค่ภาพอย่างเดียวคนอาจจะรู้สึกแค่สวยหรือไม่สวยเฉยๆ แต่พออ่านเรื่องแล้วเขาจะเข้าใจสิ่งที่ภาพนั้นๆ อยากจะบอก

     “เราใช้คำว่ามันเป็น Story Exhibition ไม่ใช่ Photo Exhibition เพราะทุกภาพจะมีเรื่องบอกเล่า เพราะฉะนั้น อาจจะต้องใช้เวลาในการชมนิทรรศการนี้ เพราะไม่อยากให้แค่ดูว่าภาพมันสวยหรือไม่สวย แต่อยากให้เข้าใจจริงๆ ว่าเบื้องหลังของแต่ละภาพคืออะไร กว่าจะได้มามันลำบากขนาดไหน และมีความหมายอย่างไรเมื่อได้รับรู้ภาพและเรื่องราวเหล่านั้น”

 

Serenity in Chaos
IF WE WERE GONE | Nairobi National Park, Nairobi, Kenya (June 2018)

 

     “มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นสัตว์ป่าเดินไปมาตามธรรมชาติในแอฟริกา ทั้งช้าง ยีราฟ กวาง ม้าลาย มีให้พบเห็นอยู่เรื่อยๆ ตามอุทยานที่มีอยู่มากมายหลายแห่ง แต่ Nairobi National Park ไม่เหมือนอุทยานอื่นๆ เพราะทุ่งสะวันนาขนาด 100 กว่าตารางกิโลเมตรนี้ ตั้งอยู่กลางเมืองหลวงของประเทศเคนยา ไนโรบีเป็นหนึ่งในมหานครที่ใหญ่และวุ่นวายที่สุดในทวีปแอฟริกา

     “ที่นี่คุณจะสามารถเห็นวิวแปลกตาอย่างยีราฟกับตึกระฟ้าในภาพ หรือไม่ก็จระเข้กับคอนโดฯ ควายป่ากับอพาร์ตเมนต์ แรดกับถนนที่มีรถติดเต็มไปหมด หรือแม้กระทั่งสิงโตก็มีเดินไปเดินมาอยู่ในนี้ ทั้งหมดไม่มีการขังกรง ไม่มีการเลี้ยง ปล่อยกันให้อยู่ตามธรรมชาติจริงๆ จะมีก็แค่รั้วไฟฟ้าที่ล้อมเอาไว้รอบนอกของอุทยาน เพื่อป้องกันสัตว์เหล่านี้หลุดเข้าไปในเมืองเท่านั้น

     “เคนยาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการดูแลอนุรักษ์สัตว์ป่ากันอย่างจริงจังที่สุดในโลก และ Nairobi National Park ถือเป็นอุทยานรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของเคนยา และเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าธรรมชาติและความศิวิไลซ์อยู่ร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าสังคมให้คุณค่ากับมันมากแค่ไหน”

 

Civilization: อารยธรรม

     “เราเป็นมนุษย์ก็เลยเห็นว่านี่คือโลกมนุษย์ แต่พอเราได้ไปเห็นที่ที่มนุษย์เป็นแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่งซึ่งอาจจะไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่นั้นด้วยซ้ำ คำว่าโลกมนุษย์เลยฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ เพราะโลกไม่ใช่ของมนุษย์มานานแล้ว มันเป็นของหลายๆ อย่างร่วมกัน ธรรมชาติ อารยธรรม สังคม สิ่งก่อสร้าง แนวคิด วัฒนธรรม ศาสนา จากทุกพื้นที่ทั่วโลก แต่มนุษย์อาจเป็นองค์ประกอบที่สร้างความพังพินาศได้เยอะที่สุดมากกว่า ในแง่หนึ่งก็รู้สึกเศร้าใจที่เราสร้างความเป็นเจ้าของดาวเคราะห์นี้ ทั้งๆ ที่มีสิ่งอื่นที่มีสิทธิ์พอๆ กันหรือมากกว่าเรา อาจเป็นสัตว์ ต้นไม้ ธรรมชาติ แต่ก็เข้าใจว่ามันยากจริงๆ ที่จะเปลี่ยนมุมมอง เพราะเราเป็นคน เราจึงมองโลกผ่านเลนส์ที่เป็นความต้องการของตัวเองซึ่งเราหลุดออกมายากมาก เหมือนคนมีความรัก ถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ตอบได้หมด แต่พอเป็นเองไม่มีใครแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ต้องให้เพื่อนช่วย ความเป็นมนุษย์ก็เช่นกัน มนุษย์มีความสวยงามอยู่ แต่มันเป็นบ่วงที่ทำให้เราไม่สามารถมองโลกจากมุมมองของต้นไม้ ใบหญ้า สัตว์ป่าได้ ผมเองก็ยังมองไม่ได้ ผมอาจจะออกมาจากความเป็นคนได้บ้าง แต่การที่เราใช้ชีวิตทุกวันอยู่ในสังคมมนุษย์ สุดท้ายมันก็ดึงเราไปสู่จุดที่มนุษย์เป็นศูนย์กลางอยู่ดี

     “การที่เราเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของโลก แต่เราสร้างปัญหาระดับใหญ่ให้กับโลกเป็นทั้งเรื่องน่าเศร้าและหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ประมาณหนึ่ง เพราะเราไม่มีทางใช้ชีวิตรูปแบบอื่นได้ แปลว่าการแก้ปัญหาไม่สามารถมองผ่านเลนส์อื่นได้เช่นเดียวกัน เราจะแก้ปัญหาด้วยการบอกว่าเห็นแก่สัตว์ป่าสิ เห็นแก่โลกสิ ก็อาจทำได้แค่นิดเดียว แต่ถ้าเห็นแก่มนุษย์ เห็นแก่ลูกหลานของคุณ ซึ่งเห็นชัดเจนเลยว่าถ้าคุณไม่ทำอะไร ลูกหลานคุณจะโดนอะไรบ้าง หรือเห็นแก่เศรษฐกิจ ถ้าป่าหมด เศรษฐกิจพัง หรืออะไรก็ตามที่โยงเข้ากับประโยชน์ของมนุษย์ได้ อาจจะพอกระตุ้นคนได้จริงๆ

     “สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นคนก็คือเรามองอะไรยาวๆ ได้ลำบากมาก ตราบใดที่เราต้องยังกังวลกับการหาเช้ากินค่ำ การจะมาพูดเรื่องในอีก 50 ปี หรือ 100 ปีข้างหน้าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้คนรู้สึกจริงๆ แต่มนุษย์จะรู้สึกจริงๆ ก็ต่อเมื่อถึงจุดที่หวนกลับไม่ได้แล้ว จุดที่เมืองทั้งเมืองจมน้ำไป ที่ดินริมชายฝั่งทั้งหมดถล่มลงไป อากาศร้อนถึง 55 องศาเซลเซียส หรือมีแต่ฝุ่น PM 2.5 จนไอออกมาเป็นเลือด ถ้าถึงจุดนั้นอาจจะต้องกอดคอกันไปสู่โลกหน้าพร้อมกัน

     “หรือถ้ามองจากมุมจักรวาล มนุษย์ก็เป็นแค่สปีชีส์หนึ่งที่เกิดมาได้ไม่กี่แสนปีเท่านั้น แล้วก็จะสูญพันธุ์ไป จากนั้นอีกประมาณล้านปีก็คงมีสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ มาแทนที่พวกเรา แต่ในฐานะมนุษย์เราก็ทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น”

 

Serenity in Chaos
COMRADE NORTH | Pyramiden, Svalbard (September 2017)

 

     “ที่หมู่เกาะสฟาลบาร์คือจุดเหนือสุดบนโลกที่มนุษย์มีการตั้งรกรากอยู่กัน เกาะแห่งนี้แม้ในปัจจุบันจะอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศนอร์เวย์เป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนอร์เวย์โดยสมบูรณ์ แต่เป็นแผ่นดินนานาชาติที่ทั้ง 46 ประเทศที่ลงนามในสนธิสัญญาสฟาลบาร์ซึ่งถูกเขียนไว้เมื่อปี ค.ศ. 1920 มีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการมาตั้งรกราก นำทรัพยากรไปใช้ประโยชน์ได้ และมีสิทธิ์ในการซื้อขายเมืองและแผ่นดินให้กับประเทศอื่นๆ ได้

     “เมืองในภาพชื่อว่า ‘Pyramiden’ เป็นเมืองขุดเหมืองถ่านหิน ตั้งอยู่คนละมุมของ Svalbard เมืองนี้ก่อตั้งโดยสวีเดน และตอนหลังขายให้สหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1927 เคยเป็นเมืองที่หรูหรามาก มีคนอยู่มากกว่า 1,000 คน มีห้องสมุด โรงแรม สตูดิโออัดเสียง ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์กีฬา รวมไปถึงสิ่งที่คนรัสเซียเคลมว่าเป็น ‘อนุสาวรีย์เลนินที่อยู่เหนือที่สุดในโลก’

     “หลังปี ค.ศ. 1998 พอถ่านหินหมด คนก็ย้ายออกจากเมืองไป ทิ้งให้ Pyramiden กลายเป็นเมืองร้างที่ไร้ผู้คน ปัจจุบันมีคนอยู่ประมาณ 4-15 คน แล้วแต่ช่วงฤดูของปี ส่วนหนึ่งรัสเซียส่งมาอยู่เพื่อให้เมืองนี้ยังคงสถานะเป็นดินแดนของรัสเซียต่อไปตามสนธิสัญญา และอีกส่วนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาเยี่ยมเยียนเมืองร้างแห่งนี้ ซึ่งก็มีทัวร์มาแทบทุกวัน”

 

Serenity in Chaos: จลาจลอันงดงาม

     “เราไม่ได้มีสายตาพิเศษ เราแค่เอาตัวเองไปอยู่ในนั้นจริงๆ ในเมืองไทยเองถ้ามองจากระยะไกลเราก็จะเห็นแค่เรื่องการเมือง รัฐประหาร เผด็จการ โสเภณี ปัญหาสังคม ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ แต่การจะเห็นชีวิต เห็นการเป็นคนไทยจริงๆ เห็นรอยยิ้ม อารมณ์ขัน หรืออะไรที่ไทยมากๆ อย่างคำผวนตลกๆ (หัวเราะ) มันก็ต้องเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง ซึ่งทุกที่ในโลกก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นดินแดนที่สงบแล้วหรือประเทศเขตสงครามที่มีสถานการณ์ทางการเมืองโหดร้ายมากอย่างโซมาเลีย อิรัก หรืออัฟกานิสถาน ล้วนมีวิถีชีวิตจริงๆ ที่งดงามและลึกซึ้งซึ่งรอการค้นพบอยู่สำหรับทุกคนที่ยินดีจะไปเยือนเสมอ

     “ผมได้รับมิตรภาพและมีเพื่อนใหม่จำนวนมากในพื้นที่สงครามเหล่านั้น วันดีคืนดีเขามาเมืองไทย ผมก็พาเขาไปเที่ยว เขาทำตาลุกวาวแล้วบอกว่าประเทศเราเจริญและดีมากๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขามี ทั้งๆ ที่เราพร่ำบ่นกันทุกวัน ทั้งหมดนี้เป็นความงดงามบางอย่างที่ขอแค่เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น มันสัมผัสได้อยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่พื้นที่สงครามนะ พื้นที่บ้าๆ บอๆ อย่างบนเขาสูง ป่าดงดิบ ชนเผ่าต่างๆ ที่คนอาจจะคิดว่าน่ากลัว ลำบาก ซึ่งก็เข้าใจได้ แต่พอเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ มันได้เจออะไรที่ไม่คาดคิดเยอะเลย

     “อย่างภาพหนึ่งที่จัดแสดงในนิทรรศการเป็นภาพเผ่ากินคนที่ปาปัวนิวกินี ซึ่งพอได้ไปสัมผัสพบว่าเขามีอัธยาศัยดีมาก แม้ว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องสักคำ แต่ก็ไปเที่ยวป่าด้วยกันได้ เพราะฉะนั้น โลกนี้มันมีอะไรที่กว้างใหญ่กว่านี้เยอะ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเกี่ยวกับมนุษย์บนโลกนี้อย่างเดียว อย่างที่บอกว่ายิ่งเห็นอะไรเยอะมันยิ่งได้ปรับมุมมองให้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และพอเห็นตรงนี้เราก็ยังยินดีจะเอาตัวไปแก้ไขปัญหาของสังคมมนุษย์อยู่ อย่างเรื่องผู้ลี้ภัยนี่ก็เป็นปัญหาของสังคมมนุษย์เหมือนกัน แต่ไม่ได้มองมันเป็นเรื่องใหญ่โต เป็นวิกฤตการณ์เหมือนแต่ก่อนที่รู้สึกร้อนใจกับมันมาก เรื่องปัญหาการเมืองไทยหรือปัญหาโลกร้อนที่มนุษย์จะสูญพันธุ์ คือเราก็พยายามทำเท่าที่เราทำได้ ทุกวันก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะสร้างประโยชน์ได้ แต่ถ้าปัญหามันจะเกิดขึ้นจริงเราก็ชิล (หัวเราะ) เพราะเรารู้สึกว่าไดโนเสาร์ยังสูญพันธุ์เลยทั้งๆ ที่มันอยู่นานกว่าเราตั้งเยอะ

     “แน่นอนคนไทยหลายคนอาจจะรู้สึกว่าประเทศไทยก็มีปัญหาเยอะ ทำไมไม่ช่วยคนไทยก่อน อันนี้ผมไม่เถียง แต่เราแค่อยากบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เราก็ช่วยชาวโลกและช่วยคนไทยไปพร้อมๆ กันได้ ปัญหาต่างๆ ในเมืองไทยเราก็ยังใส่ใจ ยังส่งเสียง และพยายามแก้ไขอยู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองออกจากปัญหาระดับโลกด้วยความรู้สึกว่าต้องช่วยประเทศไทยก่อน เพราะสุดท้ายแล้วในระยะยาว ผมเชื่อว่าเราค่อยๆ เห็นพรมแดนเบลอขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนเราแบ่งเป็นอาณาจักรที่ย่อยกว่านี้ ตอนนี้โลกมันแคบลง อีกร้อยสองร้อยปีเราอาจจะลืมเรื่องประเทศไปแล้วก็ได้ ลืมเรื่องชายแดนพวกนี้ มองแค่ว่าฉันเป็นชาวโลก”

 


Serenity In Chaos: War / Human / Nature / Civilization

Story Exhibition by Wannasingh Prasertkul

     ‘จลาจลอันงดงาม’ นิทรรศการเรื่องเล่าผ่านภาพถ่ายครั้งแรกของ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล จัดแสดงบริเวณโถงชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2562 รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจากการขายของที่ระลึกและภาพถ่าย มอบให้ UNHCR ประเทศไทย เพื่อเป็นทุนช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ประสบภัยจากความขัดแย้งและสงครามทั่วโลก

รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/2w8a3td

Serenity in Chaos

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อดีตนักเรียนจิตวิทยา ปัจจุบันเป็นนักเขียนผู้หลงใหลการสังเกตตั้งแต่พฤติกรรมบุคคลไปจนถึงปรากฏการณ์สังคม พร้อมค้นหาคำอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองและความรู้จิตวิทยา

ภาพโดย

กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

หัวหน้าช่างภาพกอง a day BULLETIN