The Review | เวนิสวาณิช… หรือความปรานีที่ว่านั้นหามีจริง?

The Review
15 Feb 2018
เรื่องโดย:

ตนุภัทร โลหะพงศธร

คุณรู้จัก ‘เวนิสวาณิช’ ครั้งแรกเมื่อไหร่? สำหรับผมรู้จักครั้งแรกในฐานะหนังสืออ่านนอกเวลา เมื่อตอนเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

 

‘อันว่าความกรุณาปรานี

จะมีใครบังคับก็หาไม่

หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ

จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน…’

 

     วรรคทองของ เวนิสวาณิช บทพระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จากบทละครพูด The Merchant of Venice ประพันธ์โดยวิลเลียม เชกสเปียร์ ที่อดีตนักเรียนชั้นมัธยมต้นหลายคนน่าจะยังคงจำได้ขึ้นใจ ชวนให้นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งความรักหวานชื่นของวัยหนุ่มสาวระหว่าง ‘บัสสานิโย’ ชายหนุ่มเชื้อสายผู้ดีแต่ไร้ความมั่งคั่ง และ ‘ปอร์เชีย’ สาวงามผู้พรั่งพร้อมทั้งรูปโฉมและทรัพย์สินเงินตรา หรือมิตรภาพอันหนักแน่นของ ‘อันโตนิโย’ ผู้ยอมเสียสละได้แม้กระทั้งชีวิตเพื่อเพื่อนผู้เป็นที่รัก และความอาฆาตของ ‘ไชล็อก’ พ่อค้าชาวยิวผู้หมายชีวิตชาวคริสต์ แม้ว่าในท้ายที่สุดเรื่องราวของความวุ่นวายทั้งหมดจะถูกคลี่คลายและจบลงอย่างสวยงาม

เวนิสวาณิช

     ถ้าย้อนกลับไปนับจากครั้งแรกที่ผมได้เสพ เวนิสวาณิช ในรูปแบบหนังสืออ่านนอกเวลา กับครั้งนี้ที่ได้เสพในรูปแบบละครเวที ทำไมช่างให้ความรู้สึกแตกต่างกันราวกับไม่เคยเสพมาก่อน แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะรูปแบบที่แตกต่าง แต่คงเป็นเพราะความคิดความอ่านที่ทำให้ผมในวันนี้รับรู้บทละครพูด เวนิสวาณิช ในมุมมองที่ไม่เหมือนเดิมอย่างสิ้นเชิง

     ทุกองค์ประกอบที่ก่อร่วมเป็นละครเวที ไม่ว่าจะเป็นบทละคร นักแสดง การแสดง ฉาก แสง สี ดนตรีประกอบ เครื่องแต่งกาย หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของคนดูที่อบอวลไปทั่วโรงละคร ล้วนเป็นส่วนสนับสนุนให้ผมตกตะกอนและฉุกคิดถึงประเด็นของบางสิ่งบางอย่างที่อาจถูกเก็บซ่อนไว้หยั่งลึกภายใจจิตใจมนุษย์

     เมื่อทุกพฤติกรรมของมนุษย์ล้วนมีสาเหตุ ความรัก ความใคร่ และความเกลียด ที่ดำเนินและหมุนเวียนอยู่ภายในความคิด ย่อมขับเคลื่อนให้คนคนหนึ่งมีอารมณ์ความรู้สึกและแสดงออกซึ่งพฤติกรรมบางอย่างได้ เช่นเดียวกับทุกตัวละครใน เวนิสวาณิช

     ด้วยเหตุผลนี้เองผมจึงตระหนักได้ทันทีว่าสิ่งที่ผมรู้และเข้าใจเมื่อตอนเป็นนักเรียนเท่ากับเป็นเพียงเศษเสี้ยวของยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นผิวน้ำเท่านั้น ภาพที่เห็นจึงอาจไม่ใช่ความจริงอันเที่ยงตรงที่เชื่อมั่นได้อย่างสนิทใจ

 

     หรือแท้จริงแล้วความรักของ  ‘บัสสานิโย’ และ ‘ปอร์เชีย’ เกิดขึ้นเพราะการหวังผลประโยชน์

     หรือแท้จริงแล้วมิตรภาพของ ‘อันโตนิโย’ มีความเข้มข้นเกินกว่าที่คำว่า ‘สหาย’ จะจำกัดความได้

     หรือแท้จริงแล้วอาฆาตของ ‘ไชล็อก’ นั้นเป็นสิ่งที่ต้องพินิจให้มากกว่าที่ปรากฏ
 
     หรือความปรานีที่ว่านั้นหามีจริง?
 
เวนิสวาณิช

     ตลอดการแสดงของละครเวที เวนิสวาณิช ซึ่งมีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของยิวและคริสต์ในเวนิสที่เป็นฉากหลังของบทละคร ชวนให้ผมตั้งคำถามเหล่านี้ พร้อมทั้งค่อยๆ ไขทุกความสงสัยให้กระจ่าง จนได้คำตอบที่ชวนขบคิดถึงความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะประเด็นความอาฆาตของ ‘ไชล็อก’

     อำนาจ การเมือง การจำกัดสิทธิ และการตัดสินลงโทษในเวนิสสมัยอดีตกาล คือกลไกสำคัญเพื่อให้อิสระแก่ชาวคริสต์ และควบคุมชีวิตของชาวยิว เป็นสาเหตุทำให้คนถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม ชาวยิวต้องแต่งกายด้วยเครื่องหมายที่แสดงให้รู้ว่าเป็นยิว ถูกตีกรอบให้ประกอบอาชีพที่กำหนดเท่านั้น เช่น สามารถออกเงินกู้ได้ แต่ต้องเสียภาษีสูงกว่าชาวคริสต์ และได้รับดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่า หากไม่ปฏิบัติตามนี้ จะถูกเนรเทศทันที และข้อบังคับที่รุนแรงที่สุดคือ ถ้าชาวยิวให้ร้ายหรือประทุษร้ายชาวคริสต์ มีโทษถึงตาย ชาวยิวในเวนิสจึงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกกดขี่และตีตราผ่านตั้งแต่ระบบปกครอง ไปจนถึงการเลือกปฏิบัติจากชาวคริสต์

     สิ่งเหล่านี้ถูกหยิบขึ้นมาและสอดแทรกอยู่ในรายละเอียดของการสร้างสรรค์ละครเวทีได้อย่างแยบยลและสมบูรณ์ โดยเฉพาะการปรับบทละคร การแสดง และนักแสดดง ซึ่งเป็นไปตามความตั้งใจของ อาจารย์ดังกมล ณ ป้อมเพชร ผู้กำกับการแสดงและดัดแปลงบทละคร โดยได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า
     “ตัดทอน และปรับบทละครโดยเน้นเฉพาะการกระทำของตัวละครหลักทุกคนที่มุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในใจของตน ซึ่งมีผลไปถึงความขัดแย้งหลัก จุดวิกฤต และจุดคลี่คลายของเรื่อง แล้วใช้นักแสดงหญิงแสดงเป็นตัวละครชาวคริสต์ทั้งหมด และใช้นักแสดงชายแสดงเป็นตัวละครชาวยิวและมุสลิม เพื่อสะท้อนภาพอำนาจชองชนกลุ่มใหญ่และชนกลุ่มน้อยของสังคม”

เวนิสวาณิช

     ทันทีที่ละครจบลง ท่ามกลางเสียงปรบมือจากคนดู ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้สึกเกลียดชัง ‘ไชล็อก’ เพราะความเคียดแค้นของเขาอีกต่อไป ผมเข้าใจเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากถือมีดเข้ากรีดเนื้อของศัตรูเป็นหนักหนา… ถึงกระนั้นผมยังคงยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับความปรารถนาของเขาที่ต้องการปลิดชีพ ‘อันโตนิโย’ แต่ใครเล่าจะเข้าใจความรู้สึกของ ‘ไชล็อก’ ได้อย่างแท้จริง… ชาวคริสต์ในเวนิส? …คงไม่ใช่

‘…ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม

จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า

ในกระแสแห่งยุติธรรมมา

ยากจะหาความเกษมเปรมใจ’


     น่าฉงนนัก เชกสเปียร์ประพันธ์บทละคร ‘The Merchant of Venice’ ขึ้นในศตวรรษที่ 16 เวลาผ่านมาเนิ่นนานเปลี่ยนผันสู่ศตวรรษที่ 21 ในโลกแห่งความเป็นจริง ทุกวันนี้ผมยังเห็นผู้คนกระทำตนไม่ต่างจากไชล็อก แต่น่าเสียดาย บนเวทีแห่งชีวิต เขาไม่ได้ยอมจำนนต่อคำพิพากษาเหมือนไชล็อกในบทละคร ยิ่งไปกว่านั้นเขากลับขืนขึงถือมืดเข้ากรีดเนื้ออันโตนิโยอย่างไร้ความปรานี
 
     นับเป็นความโหดร้ายที่เราทุกคนกำลังเผชิญโดยไม่ทันจะรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
 
ภาพ: ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


The Merchant of Venice

     ‘เวนิสวาณิช’ ละครเวทีประจำปี 2561 ของภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดแสดงระหว่างวันที่ 8-18 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล

     ข้อมูลเพิ่มเติม Drama Arts Chula และ เวนิสวาณิช ละครอักษรฯ จุฬาฯ’61 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อดีตนักเรียนจิตวิทยา ปัจจุบันเป็นนักเขียนผู้หลงใหลการสังเกตตั้งแต่พฤติกรรมบุคคลไปจนถึงปรากฏการณ์สังคม พร้อมค้นหาคำอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองและความรู้จิตวิทยา